Home » Publication » ความร่วมมืออาเซียนเพื่อป้องกันวิกฤติเศรษฐกิจ

ความร่วมมืออาเซียนเพื่อป้องกันวิกฤติเศรษฐกิจ

การก้าวสู่การเป็นตลาดและฐานการผลิตเดียวกันและการเชื่อมโยงบูรณาการกับเศรษฐกิจนอกภูมิภาคมากขึ้นของอาเซียนจะนำไปสู่การจัดสรรทรัพยากรทางเศรษฐกิจที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ภายใต้การรวมตัวกันเป็นประชาคมเศรษฐกิจจะส่งผลให้ภูมิภาคนี้มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจโลกในฐานะเป็นแหล่งผลิตสินค้าและบริการสำคัญของโลก รวมทั้งเป็นแหล่งรองรับการลงทุนจากต่างประเทศที่สำคัญของโลก

ผลดีที่สำคัญ คือ เศรษฐกิจจะขยายตัวในอัตราที่น่าพึงพอใจ แต่ผลเสียที่ต้องยอมรับ คือ ความเสี่ยงหรือโอกาสที่เศรษฐกิจจะเกิดวิกฤติย่อมมีมากขึ้น บทเรียนสำคัญจากวิกฤติการเงินในปี 2540 – 2541 ที่เริ่มต้นจากประเทศไทยและลุกลามไปยังประเทศเพื่อนบ้านทั้งมาเลเซียและอินโดนีเซีย ส่งผลให้เกิดวิกฤติเศรษฐกิจระดับภูมิภาคที่ส่งผลกระทบไปทั่วโลกนั้นเป็นบทเรียนราคาแพงที่ต้องจดจำ อาเซียนจึงต้องความร่วมมือกันเพื่อป้องกันมิให้ประวัติศาสตร์กลับมาซ้ำรอย

รากเหง้าของวิกฤติเศรษฐกิจอาเซียน ปี 2540 – 2541 มาจากการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจมหภาคที่ผิดพลาด ทั้งการเปิดเสรีทางการเงินระหว่างประเทศที่ขาดการกำกับและการควบคุมดูแลที่เหมาะสม ส่งผลให้เงินทุนต่างประเทศจำนวนมหาศาลไหลบ่ามายังภูมิภาคนี้ นำไปสู่การจัดสรรเงินทุนทึ่ไม่เหมาะสม เกิดภาวะเศรษฐกิจฟองสบู่และหนี้เสียในภาคธนาคารพาณิชย์ สุดท้ายนำไปสู่ปัญหาการขาดดุลการชำระเงินและการขาดสภาพคล่องในระยะสั้น ส่งผลให้ประเทศสมาชิกอาเซียนต้องเข้ารับการช่วยเหลือทางการเงินจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ซึ่งมีเงี่อนไขที่ต้องปฏิบัติตามอย่างเข้มงวดในรูปของการดำเนินนโยบายการเงินการคลังที่เข้มงวด ส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมในวงกว้างตามมา

เพื่อป้องกันและรับมือกับปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจที่อาจจะเกิดขึ้น อาเซียนได้ร่วมมือกันใน 3 มิติด้วยกัน ในมิติที่ 1 อาเซียนได้จัดตั้งระบบระวังภัยอาเซียน (ASEAN Surveillance Process) ขึ้น เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2541 เพื่อสอดส่องดูแลสภาวะเศรษฐกิจและการเคลื่อนย้ายเงินทุนในภูมิภาค โดยให้กำหนดให้มีการหารือและแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจในประเทศสมาชิกในภูมิภาคและในโลก โดยธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) เป็นองค์กรสนับสนุนและให้ความช่วยเหลือทางวิชาการและเงินทุนโดยการจัดการฝึกอบรมด้านเทคนิคแก่เจ้าหน้าที่ประเทศสมาชิก และได้มีการจัดตั้ง ASEAN Surveillance Technical Support Unit ในสำนักงานเลขาธิการอาเซียนเพื่อสนับสนุนระบบระวังภัยอาเซียน

มิติที่ 2 ด้านการเสริมสร้างกลไกสนับสนุนและเกื้อกูลระหว่างกันในภูมิภาคเอเชียตะวันออก (Enhancing self-help and support mechanism in East Asia) โดยได้กำหนดแนวทางความร่วมมือกับ จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ที่สำคัญ คือ การจัดทำความตกลงทวิภาคีด้านการแลกเปลี่ยนการซื้อ-ขายคืนเงินตราหรือหลักทรัพย์ต่างประเทศ การหารือเกี่ยวกับการจัดตั้งระบบเตือนภัยในภูมิภาค และการหารือแลกเปลี่ยนเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจในภูมิภาค

มิติที่ 3 ความริเริ่มเชียงใหม่ (Chiang Mai Initiative) ซึ่งได้จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2543 เป็นการปรับปรุงความตกลงแลกเปลี่ยนเงินตราอาเซียน (ASEAN Swap Arrangement: ASA) ในด้านโครงสร้าง รูปแบบและวงเงิน และให้เสริมด้วยเครือข่ายความตกลงทวิภาคีระหว่างประเทศอาเซียนกับจีน ญี่ปุ่นและสาธารณรัฐเกาหลี (Bilateral Swap Arrangement: BSA) โดยได้ขยายให้ ASA รวมประเทศอาเซียนทั้ง 10 ประเทศเข้าด้วยกัน

เมื่อพิจารณาความร่วมมือของอาเซียนทั้ง 3 มิติ พบว่า เป็นความร่วมมือที่มีพื้นฐานการเริ่มต้นที่มีเหมาะสมและมีความเป็นรูปธรรมมาอย่างต่อเนื่อง ความร่วมมือดังกล่าวนี้จะสร้างความเชื่อมั่นให้การรวมตัวเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะการเป็นประชาคมเศรษฐกิจที่สมบูรณ์นั้น นอกจากการเปิดเสรีการค้าสินค้าและบริการแล้ว ต้องให้ความสำคัญความร่วมมือด้านการเงินทั้งการเชื่อมโยงระบบการชำระเงิน การเปิดเสรีตลาดทุนและการเปิดเสรีภาคธนาคารพาณิชย์ การมีระบบความร่วมมือเพื่อป้องกันและรับมือกับวิกฤติเศรษฐกิจจะมีส่วนช่วยให้การเปิดเสรีในมิติต่าง ๆ ที่กล่าวมาดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ในฐานะผู้ประกอบการและนักลงทุนที่มุ่งแสวงหาประโยชน์จากประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนย่อมมีหน้าที่โดยตรงที่ต้องติดตามและประเมินเศรษฐกิจของประเทศเพื่อนบ้านอย่างใกล้ชิด เพราะภาวะเศรษฐกิจของประเทศในภูมิภาคอาเซียนเปลี่ยนแปลงค่อนข้างรวดเร็วในช่วง 2 – 3 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากปัจจัยภายในประเทศและปัจจัยนอกประเทศ โดยเฉพาะผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจของประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ทั้งจากจีน ญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกา ซึ่งได้ส่งผลกระทบต่อการค้าและการลงทุนในภูมิภาคนี้ค่อนข้างมาก

การปรับตัวที่ทันต่อสถานการณ์จะส่งผลให้ความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจลดลง และจะส่งผลต่อเนื่องให้การรวมตัวทางเศรษฐกิจประสบความสำเร็จสูงขึ้น เป้าหมายสำคัญของร่วมมือเพื่อป้องกันวิกฤติเศรษฐกิจของอาเซียน คือ การพึ่งพากันเองในการป้องกันและรับมือกับปัญหาให้ทันต่อสถานการณ์ ภายใต้การแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร การหารือเชิงนโยบาย การใช้ประโยชน์เงินทุนสำรองระหว่างประเทศร่วมกันเพื่อให้อาเซียนเป็นประชาคมเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งในอนาคต…..

…………………………………………….

Download

 

เรียบเรียงโดย

วิมล  ปั้นคง  

สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (ITD) 

new.itd.or.th

ตีพิมพ์ : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ Section : ธุรกิจ-ตลาด/ประชาคมอาเซียน

ปีที่ 12 ฉบับที่ 4229 วันศุกร์ที่ 5 กันยายน 2557

หน้า B16 (ซ้าย) คอลัมน์ “เซียนอาเซียน” 

Share :
Share on FacebookTweet about this on TwitterEmail this to someone