Home » Publication » จับตาคว้าโอกาสจากมาเลเซีย : เสือติดปีกแห่งอาเซียน

จับตาคว้าโอกาสจากมาเลเซีย : เสือติดปีกแห่งอาเซียน

มาเลเซียเป็นประเทศที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงในการพัฒนาเศรฐกิจจนเป็นที่คาดหมายว่าจะสามารถก้าวสู่การเป็นประเทศพัฒนาแล้วในลำดับ 2 ของอาเซียนตามหลังสิงคโปร์ภายในปี 2020 ภายใต้ยุทธศาสตร์การพัฒนาที่มีเป้าหมายเพื่อผลักดันให้มาเลเซียเป็น “ประเทศที่มีความยืดหยุ่นคงทนและมีความสามารถในการแข่งขัน” มุ่งสู่การเติบโตบนพื้นฐานของความมีประสิทธิภาพการผลิตโดยรวม เน้นการลงทุนค้นคว้าวิจัยเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีระดับสูง เพื่อพัฒนาสู่เศรษฐกิจบนฐานความรู้ (Knowledge based Economy) กระตุ้นและเพิ่มพลวัตภาคเกษตร ภาคอุตสาหกรรม และภาคการบริการ โดยอาศัยความรู้และเทคโนโลยีวิทยาการ รวมทั้งการลงทุนด้านการศึกษาเพื่อยกระดับคุณภาพทรัพยากรมนุษย์ให้มีคุณภาพสูงอย่างมีประสิทธิผลและต่อเนื่อง

เศรษฐกิจมาเลเซียพึ่งพาเศรษฐกิจระหว่างประเทศเป็นอย่างมาก โดยมูลค่าการส่งออกสินค้ามีสัดส่วนร้อยละ 87 ของมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ อัตราการขยายตัวปี 2012 และ 2013 อยู่ในระดับปานกลางที่ร้อยละ 5.6 และ 4.7 ตามลำดับ เนื่องจากเศรษฐกิจมาเลเซียพึ่งพาการส่งออกสูงจึงได้รับอิทธิพลจากเศรษฐกิจของประเทศพัฒนาแล้วที่เป็นแหล่งรองรับการส่งออกหลัก ๆ ได้แก่ สหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรป ทั้งคาดว่าช่วงปี 2014-2018 อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจจะเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 4.9-5.2 ความเสี่ยงที่ต้องจับตา คือ ค่าเงินริงกิตที่มีแนวโน้มอ่อนค่าและมีความผันผวนมากขึ้น ซึ่งจะส่งกระทบต่อการไหลเข้าของเงินทุนจากต่างประเทศ ทั้งการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์และการลงทุนในพันธบัตร ความผันผวนของค่าเงินริงกิตจะส่งผลต่อการส่งออกซึ่งเป็นกลไกขับเคลื่อนที่สำคัญของเศรษฐกิจมาเลเซียึ

มาเลเซียเป็นประเทศที่มีศักยภาพในการรองรับการลงทุนจากต่างประเทศ โดยมีจุดแข็งจากการเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่อันดับ 3 ในอาเซียน รองจากอินโดนีเซียและไทย ประชากรมีรายได้ต่อหัวสูงเป็นอันดับ 2 รองจากสิงคโปร์และบรูไน และเป็นประเทศที่พัฒนาเป็นอย่างดีในด้านโครงสร้างพื้นฐาน รัฐบาลมาเลเซียมีนโยบายส่งเสริมการลงทุนที่มีความต่อเนื่อง แรงงานมีคุณภาพ ระบบโลจิสติกส์มีประสิทธิภาพ  อุตสาหกรรมและธุรกิจที่นักลงทุนไทยควรให้ความสนใจลงทุน ได้แก่ อุตสาหกรรมอาหารและแปรรูปสินค้าเกษตร โดยเฉพาะอาหารฮาลาล บริการการท่องเที่ยว บริการทางการแพทย์และสุขภาพ

รูปแบบการลงทุนที่เหมาะสมในมาเลเซียควรร่วมทุนกับนักธุรกิจมาเลเซียเพื่อให้ได้สิทธิพิเศษมากกว่าการลงทุนในรูปแบบที่นักลงทุนต่างชาติถือหุ้นร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะรัฐบาลมาเลเซียต้องการให้เกิดความร่วมมือเพื่อการถ่ายทอดเทคโนโลยี โดยเฉพาะควรร่วมทุนกับผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ทั้งนี้นักลงทุนไทยควรตระหนักว่าต้นทุนการดำเนินธุรกิจในมาเลเซียอยู่ในระดับที่ค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับประเทศในภูมิภาคอาเซียนอื่น ๆ โดยเฉพาะค่าจ้างแรงงาน เนื่องจากมาเลเซียประสบปัญหาการขาดแคลนแรงงานและต้องพึ่งพาแรงงานจากต่างประเทศ นอกจากนี้มาเลเซียมีโอกาสด้านการเป็นศูนย์กลางธุรกิจฮาลาลในภูมิภาคเอเชียอาคเนย์และอาหรับที่ตลาดกำลังเติบโต รัฐบาลไทยและมาเลเซียมีความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจภายใต้ความร่วมมือในโครงการพัฒนาเขตเศรษฐกิจสามฝ่าย อินโดนีเซีย-มาเลเซีย-ไทย (Indonesia-Malaysia-Thailand Growth Triangle: IMT-GT) ที่เอื้อประโยชน์ด้านการลงทุนระหว่างประเทศร่วมกันด้วย

 

มาเลเซียเป็นประเทศที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงในด้านการส่งเสริมการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ โดยในปี 2012 มูลค่าการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศในมาเลเซียสูงเป็นอันดับ 3 เมื่อเทียบกับประเทศสมาชิกอาเซียนอื่น ๆ รัฐบาลมาเลเซียมีนโยบายส่งเสริมการลงทุนที่โดดเด่นและมีความต่อเนื่อง กฎระเบียบสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนของมาเลเซีย คือ Industrial Coordination Act 1975 ซึ่งมีวัตถุประสงค์มุ่งเน้นให้การพัฒนาอุตสาหกรรมมาเลเซียมีพัฒนาการอย่างเป็นระบบ การเริ่มต้นประกอบการในมาเลเซียจึงควรศึกษาทำความเข้าใจกฎระเบียบที่สำคัญ อาทิ (1) กฎหมายบริษัท 1965 (Companies Act 1965) ที่มีสาระสำคัญเกี่ยวกับการจดทะเบียนบริษัทและการกำหนดประเภทการประกอบธุรกิจในมาเลเซีย (2) กฎหมายเกี่ยวกับการให้สิทธิ์บริษัทที่ประกอบธุรกิจในเขตปลอดภาษีพิธีการศุลกากรและการยกเว้นอากรการนำเข้าวัตถุดิบและเครื่องจักรกล

หน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบหลักด้านการส่งเสริมและประสานงานด้านการลงทุนของมาเลเซีย คือ Malaysian Industrial Development Authority (MIDA) ซึ่งมีหน่วยงานย่อย 2 หน่วยงานภายใต้สังกัดประกอบด้วย (1) Advisory Services Centre in MIDA มีหน้าที่ให้คำปรึกษาและให้ความช่วยเหลือในการจัดตั้งโครงการการผลิต (2) Industry Support Division in MIDA มีหน้าที่รวบรวมและวิเคราะห์ปัญหา รวมถึงเสนอแนะแนวทางการดำเนินงานด้านการส่งเสริมการลงทุนเชิงรุกต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

การคุ้มครองด้านการลงทุนของมาเลเซียถือว่าอยู่ในระดับดี นักลงทุนต่างชาติสามารถส่งเงินจากการลงทุนทุกประเภทกลับประเทศได้อย่างเสรีโดยไม่มีข้อจำกัด  ด้านการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา มาเลเซียเป็นภาคีสมาชิกของ World Intellectual Property Organization (WIPO) ที่มีการตรากฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาบังคับใช้ครบถ้วน ด้านการระงับข้อพิพาท รัฐบาลมาเลเซียได้ให้สัตยาบันว่าด้วยการระงับข้อพิพาทการลงทุน(Convention on the Settlement Disputes 1966) ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุนจากต่างชาติ

รัฐบาลมาเลเซียมีนโยบายให้ความสำคัญกับการลงทุนจากต่างประเทศโดยเฉพาะการลงทุนในภาคการผลิต โดยสนับสนุนให้เกิดการร่วมทุนระหว่างนักลงทุนต่างชาติกับนักลงทุนมาเลเซีย ด้านการถือหุ้นกิจการสาขาบริการ รัฐบาลมาเลเซียอนุญาตให้นักลงทุนต่างชาติถือหุ้นได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ในสาขาธุรกิจบริการสาขาหลัก ประกอบด้วย บริการคอมพิวเตอร์และบริการอื่นที่เกี่ยวข้อง บริการด้านสุขภาพและสังคม บริการการท่องเที่ยว บริการขนส่ง บริการทางการกีฬาและกิจกรรมสันทนาการ บริการให้เช่าหรือเช่าซื้อ บริการเพื่อส่งเสริมการขนส่งและบริการอื่น ๆ

นโยบายส่งเสริมการลงทุนของรัฐบาลมาเลเซียให้ความสำคัญกับการลงทุนในภาคการผลิตแปรรูปยางพาราและปาล์มน้ำมัน อุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงที่เน้นการวิจัยและพัฒนา อุตสาหกรรมเครื่องจักรและอะไหล่ อุตสาหกรรมยานยนต์ อุตสาหกรรมอากาศยาน อุตสาหกรรมเทคโนโลยีชีวภาพ การขนส่งทางเรือและอุตสาหกรรมการขนส่ง อุตสาหกรรมเทคโนโลยีข้อมูลและการติดต่อสื่อสาร โดยให้สิทธิประโยชน์ที่สำคัญ คือการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล การยกเว้นภาษีการลงทุน (Investment Tax Allowance) การนำค่าใช้จ่ายด้านการวิจัยและพัฒนามาใช้คำนวณเพื่อลดหย่อนภาษี

นอกจากการเข้าไปลงทุนโดยตรงในมาเลเซียแล้ว การดึงนักลงทุนมาเลเซียมาลงทุนในไทยก็เป็นแนวทางหนึ่งในการพัฒนาเศรษฐกิจร่วมกัน เนื่องจากรัฐบาลมาเลเซียให้ความสำคัญเป็นอย่างมากกับการส่งเสริมการออกไปลงทุนในต่างประเทศของผู้ประกอบการมาเลเซีย โดยเฉพาะการออกไปลงทุนในอุตสาหกรรมแปรรูปการเกษตรขั้นต้น เพื่อการส่งสินค้ากลับไปมาเลเซียและผลิตเป็นสินค้าสำเร็จรูปที่มีมูลค่าสูงและส่งออกไปยังประเทศที่สามโดยเฉพาะในอุตสาหรรมฮาลาล

 …………………………………………….

Download

 

เรียบเรียงโดย

วิมล ปั้นคง

สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (ITD)

new.itd.or.th

ตีพิมพ์ : หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ Section : ASEAN+

ปีที่ 3 ฉบับที่ 129 วันอังคารที่  11 มีนาคม 2557

หน้า 1 คอลัมน์ “รู้เขา รู้เรา รู้อาเซียน

Share :
Share on FacebookTweet about this on TwitterEmail this to someone