Home » Publication » จับตาคว้าโอกาสจากเศรษฐกิจ สปป.ลาว 2557 : ม้ามืดปีมะเมีย

จับตาคว้าโอกาสจากเศรษฐกิจ สปป.ลาว 2557 : ม้ามืดปีมะเมีย

ปีเก่าผ่านพ้นไปเข้าสู่ปีใหม่ 2557 ระยะเวลาที่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) จะมีผลเต็มรูปแบบในวันที่ 31 ธันวาคม 2558 ก็ใกล้เข้ามาทุกที ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมามีการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับ AEC อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้นักลงทุนไทยเตรียมพร้อมรับมือ และคว้าโอกาสบนความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในภูมิภาคนี้ สปป.ลาวเป็นประเทศที่น่าสนใจศึกษาโอกาสการค้าการลงทุน เพราะมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับไทยทั้งด้านกายภาพ มีความใกล้ชิดกันทั้งมิติด้านสังคมและวัฒนธรรม เศรษฐกิจสปป.ลาวที่กำลังเติบโตยังคงมีโอกาสด้านการค้าการลงทุนที่คนไทยควรให้ความสำคัญ

สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) เป็นประเทศเพื่อนบ้านที่มีเขตแดนติดกับประเทศไทยทั้งทางบกและทางน้ำเป็นแนวยาวถึง 1,810 กิโลเมตร คนไทยคนลาวมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันรวมทั้งมีประวัติศาสตร์ เชื้อชาติ ศาสนา ภาษาและวัฒนธรรมร่วมกันที่อาจกล่าวได้ว่าไม่มีสองประเทศใดในโลกที่จะมีความคล้ายคลึงกันมากเท่าสปป.ลาวกับไทย  แม้ด้านกายภาพภูมิประเทศของสปป.ลาวจะไม่มีทางออกทะเล (Land-locked country) แต่ก็มีจุดเชื่อมต่อด้านการคมนาคมกับไทยหลายด้าน โดยผ่านสะพานมิตรภาพไทย-ลาวข้ามแม่น้ำโขงทั้ง 4 แห่ง แห่งที่ 1 เชื่อมต่อเทศบาลเมืองหนองคาย จ.หนองคาย เข้ากับบ้านท่านาแล้งกับ นครหลวงเวียงจันทน์ แห่งที่ 2 เชื่อมต่อ จ.มุกดาหาร เข้ากับแขวงสุวรรณเขต แห่งที่ 3 เชื่อมต่อบ้านห้อม ต.อาจสามารถ อ.เมืองนครพนม จ.นครพนม กับบ้านเวินใต้ เมืองท่าแขก แขวงคำม่วน และแห่งที่ 4 เชื่อมต่อระหว่าง อ.เชียงของ จ.เชียงราย กับบ้านห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว และยังมีโครงการก่อสร้างแห่งที่ 5 เชื่อมต่อที่บ้านเชือมเหนือ ต.ไคลี อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ เข้ากับเมืองปากซัน แขวงบอลิคำไซ แห่งที่ 6 เชื่อมต่อ อ.นาตาล จ.อุบลราชธานี เข้ากับเมืองละคอนเพ็ง แขวงสาละวัน และไทยยังสามารถอาศัยการเชื่อมต่อจากสปป.ลาวไปยังประเทศที่สามอย่างจีน เวียดนาม และกัมพูชาได้ ปัจจุบันสปป.ลาวจึงแปรสภาพจาก Land-locked country เป็น Land-linked country ที่สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจของสปป.ลาวให้เจริญเติบโตอย่างต่อเนื่อง

เศรษฐกิจของสปป.ลาวมีการเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่องในช่วงเวลากว่า 20 ปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่ปรับเปลี่ยนระบบเศรษฐกิจแบบสังคมนิยมสู่ระบบเศรษฐกิจเสรีแบบตลาดเมื่อปี 2529 เศรษฐกิจสปป.ลาวขยายตัวอย่างต่อเนื่องในอัตราเฉลี่ยร้อยละ 6.2 ต่อปี นับเป็นประเทศที่มีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจสูงที่สุดในกลุ่มประเทศอาเซียน ทั้งนี้ปี 2556 เศรษฐกิจสปป.ลาวมีอัตราการเจริญเติบโต (GDP) สูงถึงร้อยละ 7.6 ซึ่งสูงมากกว่าจีนที่มีอัตราการเจริญเติบโตร้อยละ 7.5 ในปีเดียวกัน ทว่าเศรษฐกิจสปป.ลาวประสบกับการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดในระดับสูงถึงร้อยละ -21.9 ของ GDP เนื่องจากความต้องการนำเข้าสินค้าและบริการที่เพิ่มขึ้น และมีข้อจำกัดด้านศักยภาพการผลิตเพื่อการส่งออก

สปป.ลาวเป็นคู่ค้าสำคัญรายหนึ่งของไทย ไทยได้ดุลการค้ามาโดยตลอด สปป.ลาวส่งออกสินค้ามายังไทยเป็นอันดับหนึ่ง และนำเข้าสินค้าจากไทยเป็นอันดับหนึ่งเช่นกัน สินค้าที่สปป.ลาวส่งออกเป็นหลัก คือ แร่ทองคำ ทองแดง และพลังงานไฟฟ้า ส่วนสินค้านำเข้าสำคัญ ได้แก่ น้ำมัน รถยนต์และส่วนประกอบ การส่งออกของ สปป.ลาว ปี 2556 มีมูลค่า 3,451 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขยายตัวร้อยละ 3.9 ขณะที่การนำเข้ามีมูลค่า 6,940 ล้านดอลลาร์ฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 9.2 ตามการขยายตัวของเศรษฐกิจ ทั้งนี้ปี 2556 การนำเข้าสินค้าเพื่อนำมาใช้ในการก่อสร้างเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อันเป็นผลการก่อสร้างฟื้นฟูความเสียหายจากพายุโซนร้อนไหหม่าและพายุไต้ฝุ่นนกเตนตั้งแต่ปี 2554

อุตสาหกรรมหลักที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของสปป.ลาว คือ การทำเหมืองแร่และพลังงานไฟฟ้า ซึ่งปัจจุบันกำลังมีการก่อสร้างเขื่อนเพื่อผลิตไฟฟ้า ทรัพยากรสำคัญของสปป.ลาว ได้แก่ ไม้ ดีบุก ยิบซั่ม ตะกั่ว    หินเกลือ เหล็ก ถ่านหินลิกไนต์ สังกะสี ทองคำ อัญมณี หินอ่อน น้ำมัน กล่าวได้ว่าเศรษฐกิจสปป.ลาวขับเคลื่อนโดยอาศัยรายได้จากทรัพยากรธรรมชาติและการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (Foreign Direct Investment: FDI)

การลงทุนในสปป.ลาวส่วนใหญ่เป็นนักลงทุนจากจีนและเวียดนาม อันดับสามคือนักลงทุนไทย กลุ่มธุรกิจที่ได้รับความสนใจในการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ คือ กิจการการทำเหมือง คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 27 และด้านกิจการการผลิตไฟฟ้าพลังงานน้ำคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 25 ส่วนกลุ่มธุรกิจอื่น ๆ ที่มีการลงทุนจากต่างประเทศ เช่น ด้านการเกษตร ด้านโรงแรมและร้านอาหาร ด้านการสื่อสาร สำหรับการลงทุนของไทยในสปป.ลาวในช่วงที่ผ่านมามีการลงทุนด้านการเกษตร ด้านการบริการ ด้านโรงแรมและร้านอาหาร และด้านอสังหาริมทรัพย์ เป็นต้น

ประเด็นที่กำลังได้รับการจับตามองกรณีเศรษฐกิจสปป.ลาว คือ การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่แลกด้วยการสูญเสียทรัพยากรธรรมชาติและสภาพแวดล้อม ปัญหามลภาวะที่เกิดจากการทำเหมืองแร่ รัฐบาล สปป.ลาวตระหนักถึงประเด็นดังกล่าว ดังนั้นเพื่อเป็นการพัฒนาระบบเศรษฐกิจที่ไม่ต้องพึ่งพาทรัพยากรแต่เพียงอย่างเดียว ธุรกิจการท่องเที่ยวและการเกษตรเพื่อการส่งออกจึงเป็นทางเลือกหนึ่งที่รัฐบาลสปป.ลาว ให้ความสำคัญ รางวัล “แหล่งท่องเที่ยวยอดเยี่ยมของโลก 2556” ที่ได้จากยุโรป เป็นตัวกระตุ้นการท่องเที่ยวของ สปป.ลาว ได้เป็นอย่างดี

สำหรับผู้ประกอบการไทยที่มีศักยภาพทางด้านเทคโนโลยีการเพาะปลูก ภาคอุตสาหกรรมการเกษตรเป็นโอกาสที่น่าสนใจ การเกษตรของสปป.ลาวยังไม่ค่อยได้รับการพัฒนามากนัก เกษตรกรลาวยังเคยชินกับการทำการเกษตรแบบยังชีพ อิงธรรมชาติ ลงทุนน้อย ดังนั้น หากมีการร่วมทุนในอุตสาหกรรมการเกษตรร่วมกันในรูปแบบของเกษตรกรพันธะสัญญา (Contract Farming) ย่อมก่อให้เกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยีระหว่างกัน และนักลงทุนไทยก็สามารถใช้ประโยชน์จากทรัพยากรที่อุดมสมบูรณ์ของสปป.ลาว แต่นักลงทุนไทยต้องมีแผนดำเนินงานเป็นขั้นตอน มีการฝึกอบรมเกษตรกรลาวทั้งในห้องเรียนและฝึกภาคปฏิบัติ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพในการผลิต และสร้างความมั่นใจว่าผลตอบแทนจะคุ้มค่าต่อการลงทุน ที่สำคัญนักลงทุนควรคำนึงถึงความรับผิดชอบต่อสังคม มีความซื่อสัตย์ในการดำเนินธุรกิจ โดยไม่ควรนำสินค้าที่ไม่มีคุณภาพเข้ามาขายในสปป. ลาว และควรคำถึงถึงผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อมในพื้นที่เช่นกัน

 …………………………………………….

Download

 

เรียบเรียงโดย

 เอกจรินทร์ รอดเจริญ

สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (ITD)

new.itd.or.th

ตีพิมพ์ : หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ Section : ASEAN+

ปีที่ 3 ฉบับที่ 126 วันอังคารที่ 18 กุมภาพันธ์ 2556

หน้า 1 คอลัมน์ “อาเซียน Business Forum”

Share :
Share on FacebookTweet about this on TwitterEmail this to someone