Home » Publication » จับตาโอกาสความก้าวหน้าระบบธนาคารเมียนมาร์

จับตาโอกาสความก้าวหน้าระบบธนาคารเมียนมาร์

20141009-ar-50_01

หมายเหตุภาพ : AGB Bank Tower และ Centrepoint Towers อาคารสำนักงานที่มีธนาคารกว่า 20 แห่ง ทั้งยังเป็นศูนย์การค้าและโรงแรมชั้นนำในย่างกุ้ง

ที่มาภาพ : http://www.bloomberg.com/news

20141009-ar-50_02

หมายเหตุภาพ : CB Bank เปิดให้บริการ ATM ด้วยบัตร Master Card เป็นวันแรก

ที่มาภาพ : http://www.cascadeasia.com/

ระบบธนาคารมีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เพราะเป็นกลไกสำคัญในการอำนวยความสะดวกด้านการค้าและการลงทุน เมียนมาร์ปิดประเทศมานานส่งผลให้ระบบบริการพื้นฐานต่างๆ ล้าหลังจากประเทศเพื่อนบ้าน ปัจจุบันเริ่มมีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงไปทีละน้อย แต่มีอย่างหนึ่งที่มีความจำเป็นอย่างยิ่งแต่กลับไม่ได้พัฒนาอย่างที่ควรเป็นและควรจับตา นั่นคือ ระบบธนาคาร

ธนาคารของเมียนมาร์ประกอบด้วย ธนาคารกลาง (The Central Bank) ธนาคารพาณิชย์ของรัฐ (State-owned Commercial Bank) จำนวน 4 ธนาคาร ได้แก่ Myanmar Economic Bank (MEB) ทำหน้าที่พัฒนาด้านการค้าและอุตสาหกรรมของประเทศ Myanmar Investment and Commercial Bank (MICB) ทำหน้าที่ส่งเสริมการลงทุนและการค้าของนักลงทุนท้องถิ่นและต่างชาติ Myanmar Foreign Trade Bank (MFTB) ทำหน้าที่ด้านการเงินระหว่างประเทศ และ Myanmar Agricultural Development Bank (MADB) ทำหน้าที่ให้บริการด้านการเงินภาคเกษตรกรรมภายในประเทศ นอกจากนี้ยังมีธนาคารพาณิชย์เอกชน (Private Commercial Bank) จำนวน 18 ธนาคาร ส่วนธนาคารพาณิชย์ของต่างชาติ มีเพียงสำนักงานตัวแทน โดยมีสำนักงานตัวแทนของธนาคารสัญชาติไทย 4 ธนาคาร ประกอบด้วย ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ และธนาคารกสิกรไทย

ระบบธนาคารของเมียนมาร์ถูกควบคุมโดย ธนาคารกลางแห่งเมียนมาร์ (The Central Bank of Myanmar : CBM) เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2556 วอลสตรีทเจอร์นัลรายงานว่า เมียนมาร์ใกล้ที่จะได้รับสถานะที่เป็นสัญลักษณ์แสดงถึงความมีคุณค่าจากนักลงทุนทั่วโลก นั่นคือการมีธนาคารกลางที่เป็นอิสระ แต่ตัวบทกฎหมายรองรับยังไม่มี คงได้แต่คาดหวังกันว่าจะเกิดขึ้นในเร็ววัน ปัจจุบันเว็บไซต์ของธนาคารกลางเมียนมาร์ระบุว่า วัตถุประสงค์หลักนโยบายการเงิน คือ การรักษาเสถียรภาพของเศรษฐกิจมหภาค และส่งเสริมการออมในประเทศ ด้วยการใช้อัตราดอกเบี้ยเป็นเครื่องมือหลัก

ในด้านการอำนวยความสะดวกด้านการนำเข้าส่งออก การทำธุรกรรมทางการเงิน เช่น นักลงทุนต้องการซื้อขายสินค้าบริการผ่านธนาคารด้วย L/C (Letter of Credit) ธนาคารที่สามารถออก L/C ได้ มีเพียงธนาคารพาณิชย์ของรัฐ จำนวน 4 ธนาคารเท่านั้น ส่วนธนาคารพาณิชย์เอกชนไม่ได้รับอนุญาตให้ดำเนินการ ยิ่งไม่ต้องถามถึงสำนักงานตัวแทนธนาคารต่างชาติ ที่ไม่สามารถทำธุรกรรมทางการเงินด้านนี้ได้เลย ทำให้ความคล่องตัวทางการเงินมีจำกัด

สำหรับนักลงทุน และบริษัทต่างชาติที่จดทะเบียนในเมียนมาร์ จะสามารถเปิดบัญชีเงินตราต่างประเทศได้กับธนาคารของรัฐทั้งสองแห่งคือ MFTB และ MICB โดยสามารถฝาก-ถอนเป็นสกุลเงินต่างประเทศได้ แต่ไม่สามารถใช้การหักบัญชีเพื่อจ่ายค่าสินค้าและบริการได้ จะต้องโอนเงินไปยังบัญชีทั่วไปของธนาคาร MFTB หรือ MICB เพื่อเปลี่ยนเป็นเงินจ๊าตเท่านั้น ส่วนการโอนเงินระหว่างประเทศ (Money Transfer) ธนาคารกลางแห่งเมียนมาร์ (CBM) แจ้งว่าได้มีความร่วมมือกับธนาคารและสถาบันการเงินต่างชาติในการให้บริการดังกล่าว อาทิเช่น May Bank ของมาเลเซีย IME (International Money Express) โดย Bank Negara Malaysia : Central Bank of Malaysia (BNM) ตลอดจน Singapore Post ซึ่งเป็นการโอนเงินจากธนาคารในเมียนมาร์ไปยังต่างประเทศ

สำหรับการโอนเงินดอลล่าห์สหรัฐฯและเงินยูโรเข้าไปในเมียนมาร์ผ่านบัญชีธนาคาร MFTB และ MICB อาจทำได้โดยการโอนผ่านจากหลายธนาคารทั่วโลก เช่น United Overseas Bank และ DBS Bank ในประเทศสิงคโปร์ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) United Overseas Bank ที่ฮ่องกง Korea Exchange Bank ในเกาหลี รวมทั้ง Natexis Banques Populaires ที่ฝรั่งเศส และ Mizuho Corporate Bank Ltd. ที่ญี่ปุ่น เป็นต้น สำหรับการโอนเงินเยนของญี่ปุ่นเข้าไปในประเทศเมียนมาร์ทำได้ผ่าน Bank of Tokyo-Mitsubishi UF J Ltd.

บริการทั่วไปเช่นการฝาก-ถอน บริการของธนาคารค่อนข้างช้า ไม่คล่องตัว เนื่องจากไม่สามารถออนไลน์ได้เต็มรูปแบบ ยังต้องใช้การโทรศัพท์แจ้งข้อมูลกันระหว่างสาขา และต่างธนาคาร เมื่อลูกค้าต้องการฝาก-ถอน ต่างสาขาที่เคอร์เตอร์ เจ้าหน้าที่ธนาคารก็ต้องโทรศัพท์หาอีกสาขา เพื่อขอคำยืนยันว่าลูกค้ามีบัญชีและเงินอยู่จริงหรือไม่ แค่นี้ก็ทำให้คนพม่าเองไม่อยากใช้บริการธนาคารแล้ว

แต่ข่าวดีสำหรับระบบธนาคารในเมียนมาร์ก็ยังพอมี คือ บริษัทบัตรเครดิตยักษ์ใหญ่อย่าง MasterCard Inc. กับ VISA Inc. ได้ทำสัญญาความร่วมมือกับธนาคารพาณิชย์ในเมียนมาร์ บริษัท VISA และ Myanmar Oriental Bank (MOB) ซึ่งเป็นธนาคารพาณิชย์เอกชน เปิดให้บริการจุดรับชำระเงินผ่านบัตร (point-of-sale: POS) ครั้งแรกในเมียนมาร์เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2556 ทำให้ผู้ถือบัตร VISA ชาวต่างชาติสามารถใช้บัตรทั้งในรูปบัตรเครดิต บัตรเดบิต หรือบัตร pre-paid ชำระเงินผ่านเครื่องรูดบัตร ณ ร้านค้าที่ร่วมรายการ ปัจจุบันมีบริการเอทีเอ็ม (ATM) ในเมียนมาร์รวม 108 ตู้ สำหรับจุดชำระเงินผ่านเครื่องรูดบัตรแห่งแรกถูกติดตั้งขึ้นที่ร้านอาหารกรีน เอเลแฟ้นท์ เป็นร้านอาหารชั้นนำอันดับหนึ่งในย่างกุ้ง

สำหรับผู้ที่ถือบัตร Master card สามารถถอนเงินสดที่ตู้ ATM ได้เพิ่มอีก 2 ธนาคาร ได้แก่ Kanbawza Bank และ United Amara Bank นอกเหนือจาก Cooperative Bank ที่เริ่มให้บริการตั้งแต่ปลายปีก่อน ปัจจุบันมีจำนวนตู้ ATM 8 แห่งและ ATM ตามโรงแรม อีกจำนวน 13 แห่ง โดย Master card มีแผนที่จะเปิดให้บริการตามจุดขายตามที่ต่างๆ ตามโรงแรม ภัตตาคาร และร้านขายสินค้ารายย่อยอีก 500 แห่ง ภายในปีนี้ โดยจะสามารถถอนเงินได้ทั้งเงินดอลลาร์และจ๊าต

อย่างไรก็ตามการใช้บัตรเครดิตยังจำกัด นักท่องเที่ยวสามารถใช้บัตรเครดิตได้เฉพาะโรงแรมห้าดาว ภัตตาคารหรู และร้านค้าแบรนด์แนมเท่านั้น ส่วนสินค้าทั่วไปจะต้องใช้เงินสดเนื่องจากทางร้านค้าไม่สามารถรับชำระผ่านบัตรเครดิตได้ และ ATM ก็มีน้อยไม่เพียงพอต่อความต้องการของนักท่องเที่ยว ที่ลำบากไปกว่านั้น ร้านรับแลกเงินยังรับเฉพาะเงินที่สะอาด แถมด้วยปัญหาสาธารณูปโภคที่พ่วงอยู่ด้วย เช่น ไฟฟ้าดับ อินเตอร์เน็ตล่ม ทำให้ ATM ไม่สามารถใช้งานได้เป็นต้น

แม้รัฐบาลเมียนมาร์ให้ความเป็นอิสระแก่ธนาคารกลางในการดำเนินนโยบาย แต่ต้องจับตากฎหมายที่จะออกมาว่ามีผลอย่างไร นอกจากนั้นประสิทธิภาพการให้บริการด้านการเงินของธนาคารยังขึ้นอยู่กับความพร้อมของเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐานสาธารณะ หากเมียนมาร์ให้ความสำคัญ เอาจริงเอาจังกับการพัฒนาระบบธนาคาร ซึ่งเป็นปัจจัยที่จำเป็นในการอำนวยความสะดวกขั้นพื้นฐาน แล้วโอกาสในการก้าวกระโดดด้านการค้าและการลงทุนก็จะมีมากขึ้น

 …………………………………………….

Download

 

เรียบเรียงโดย

เอกจรินทร์ รอดเจริญ

สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (ITD)

new.itd.or.th

ตีพิมพ์ : หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ Section : ASEAN+

ปีที่ 2 ฉบับที่ 99 วันอังคารที่ 13 สิงหาคม 2556

หน้า 2 คอลัมน์ “รู้เขา รู้เรา รู้อาเซียน”

Share :
Share on FacebookTweet about this on TwitterEmail this to someone