Home » Publication » ตลาดรถยนต์อาเซียน : ไทยควรไปทางไหน

ตลาดรถยนต์อาเซียน : ไทยควรไปทางไหน

ตลาดรถยนต์ไทยในปี 2557 ค่อนข้างซบเซาด้วยปัจจัยหลายอย่างทั้งภายในและภายนอกประเทศ อีกทั้งประเทศคู่แข่งที่กำลังเป็นที่สนใจของบริษัทรถยนต์อย่างอินโดนีเซีย ที่มีบริษัทผลิตรถยนต์รายใหญ่จากประเทศญี่ปุ่นไปสร้างฐานการผลิตใหม่ เนื่องจากค่าจ้างแรงงานชาวอินโดนีเซียถูกกว่า และกำลังซื้อที่มากกว่าด้วยจำนวนประชากรกว่า 240 ล้านคน ขณะเดียวกันตลาดรถยนต์ของอาเซียนเองก็อยู่ในภาวะถดถอย จากยอดขายรถยนต์ที่ลดลงอย่างต่อเนื่องในปี 2557 ทั้งอินโดนีเซีย มาเลเซีย และไทย

อุตสาหกรรมรถยนต์ไทยผลิตรถยนต์ใหม่เพื่อขายในประเทศประมาณครึ่งหนึ่ง ส่วนที่เหลือส่งออกไปต่างประเทศ โดยผู้ผลิตรถยนต์ร้อยละ 80 เป็นค่ายรถยนต์จากประเทศญี่ปุ่น ที่เหลือเป็นค่ายรถยนต์จากยุโรป การบริโภคภายในประเทศอยู่ในช่วงหดตัวจากปัจจัยทางเศรษฐกิจและสถานการณ์ทางการเมือง ส่วนด้านการส่งออกมีนโยบายสนับสนุนจากภาครัฐและประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ได้กำหนดให้อุตสาหกรรมยานยนต์เป็น 1 ใน 12 อุตสาหกรรมอันดับแรกที่ถูกส่งเสริมให้อยู่ภายใต้ตลาดและฐานการผลิตเดียวกันของอาเซียน ในปี 2556 ประเทศไทยส่งออกรถยนต์ไปยังอินโดนีเซียเป็นอันดับ 1 ในอาเซียน อันดับ 2 คือมาเลเซีย แต่ทั้งสองประเทศมีการแข่งขันสูงและผู้ประกอบการไทยเข้าไปทำตลาดอยู่แล้ว ดังนั้นจึงควรมองหาตลาดใหม่เพื่อเพิ่มโอกาสให้กับรถยนต์จากประเทศไทย

ประเทศสมาชิกอาเซียนที่รถยนต์จากประเทศไทยมีโอกาสในการแข่งขันอันดับแรก คือ ฟิลิปปินส์ ซึ่งไทยส่งออกรถยนต์ไปเป็นอันดับ 3 ในอาเซียน ฟิลิปปินส์มียอดขายรถยนต์เพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่าในระยะเวลา 9 ปี (ปี 2548 – 2556) เป็นผลสืบเนื่องมาจากปัจจัยภายในของฟิลิปปินส์ที่พื้นฐานทางเศรษฐกิจเข้มแข็ง ทำให้รายได้ต่อหัวของประชากรเพิ่มขึ้น ประกอบกับรถยนต์ราคาถูกมีมากขึ้น เพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภค รวมถึงการลดข้อจำกัดด้านภาษี ทำให้รถยนต์นำเข้ามีราคาถูกลง อีกทั้งฟิลิปปินส์มีกฎระเบียบห้ามนำเข้ารถมือสองทั่วประเทศ จึงเป็นโอกาสของรถยนต์รุ่นใหม่ที่จะมาแทนที่รถยนต์มือสอง

อีกตลาดที่น่าสนใจ คือ สปป.ลาว และเวียดนาม โดยประเทศไทยส่งออกรถยนต์ไปยัง สปป.ลาว เป็นอันดับ 4 และเวียดนามเป็นอันดับ 5 ทั้งสองประเทศนี้มีความต้องการรถยนต์ส่วนบุคคลเพิ่มมากขึ้น แต่กำลังการผลิตภายในประเทศยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ โดยรถยนต์ที่ขายส่วนใหญ่เป็นรถยนต์จากค่ายญี่ปุ่น แต่ในช่วง 4 – 5 ปีที่ผ่านมา รถยนต์จากค่ายเกาหลีกับจีนกำลังเป็นที่นิยมมากขึ้น เนื่องจากมีราคาที่ถูกกว่ามาก และผู้บริโภคต้องการลองสินค้าที่แปลกใหม่จากเดิม แต่ทั้งนี้ก็ยังมีผู้บริโภคที่ยังคงชื่นชอบและซื่อสัตย์ต่อรถยนต์ญี่ปุ่น ถึงแม้จะมีราคาแพงกว่าก็ตาม

ประเทศกัมพูชานั้น ไทยส่งออกรถยนต์ไปเป็นอันดับ 6 โดยรัฐบาลกัมพูชาไม่เข้มงวดเรื่องอายุของรถยนต์ใช้แล้วและปริมาณที่นำเข้า แต่ใช้อัตราภาษีนำเข้าอัตราเดียวกันทั้งรถยนต์เก่าและใหม่ เพื่อจูงใจให้มีการนำเข้ารถใหม่ แต่อนุญาตให้นำเข้าเฉพาะรถพวงมาลัยซ้ายเท่านั้น ปัญหาของรถยนต์ไทย คือ ต้องดัดแปลงย้ายพวงมาลัย ซึ่งเป็นการเพิ่มต้นทุนสินค้าและผู้บริโภคไม่นิยมเพราะไม่มั่นใจในฝีมือช่าง ซึ่งรถยนต์จากไทยที่ส่งออกจะเป็นการประกอบจากโรงงานให้เป็นพวงมาลัยซ้ายเพื่อการส่งออกแต่แรก

ประเทศเมียนมาร์เป็นอันดับ 7 ของตลาดรถยนต์ส่งออกไทย แต่รถยนต์ใหม่ยังมีราคาแพงสำหรับประชาชนทั่วไป เนื่องจากพื้นฐานทางเศรษฐยังไม่เข้มแข็งพอ รายได้ต่อหัวของประชาชนยังไม่มากนัก รถยนต์มือสองจึงเป็นทางเลือกที่ดีกว่าสำหรับประชาชนทั่วไปที่ต้องการซื้อรถยนต์ส่วนบุคคล ประกอบกับรัฐบาลเมียนมาร์ได้ผ่อนปรนมาตรการห้ามนำเข้ารถยนต์ทุกชนิดไม่ว่าเก่าหรือใหม่สำหรับชนกลุ่มน้อย ทำให้ชนกลุ่มน้อยสามารถนำเข้ารถยนต์ส่วนบุคคลได้ไม่จำกัดจำนวน ผ่านเข้าออกพื้นที่อิทธิพลของชนกลุ่มน้อยได้อย่างเสรี

ส่วนประเทศสิงคโปร์และบรูไน เป็นประเทศที่ตลาดรถยนต์ไม่เหมาะกับรถยนต์จากประเทศไทย เนื่องจากความแตกต่างด้านกฎหมายและวัฒนธรรม สิงคโปร์ต้องมีการประมูลเพื่อซื้อใบอนุญาตขอจดทะเบียนรถใหม่ เพราะรัฐบาลต้องการจำกัดจำนวนรถยนต์ส่วนบุคคลจากการที่พื้นที่ประเทศมีจำกัด ส่งผลให้ราคาใบอนุญาตแพงมาก ส่วนบรูไนจะนิยมรถยนต์นำเข้าจากยุโรปที่มีความหรูหราและมีราคาแพง มากกว่ารถยนต์จากญี่ปุ่น ส่งผลให้ประเทศไทยส่งออกรถยนต์ไปสิงคโปร์เป็นอันดับที่ 8 และบรูไนเป็นอันดับสุดท้ายในอาเซียน

การแข่งขันในตลาดรถยนต์ของประเทศไทยมีการแข่งขันสูง ผู้บริโภคมีทางเลือกมากมายอีกทั้งรถยนต์มีราคาถูกลง ผู้ประกอบการต้องใช้กลยุทธ์การตลาดมากมายเพื่อให้ได้ส่วนแบ่งตลาด การเพิ่มทางเลือกให้กับกิจการด้วยการหันมามองหาโอกาสจากประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) จึงเป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ

 

…………………………………………….

 

Download

 

เรียบเรียงโดย

เอกจรินทร์  รอดเจริญ 

สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (ITD)

new.itd.or.th

ตีพิมพ์ : หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ Section : ASEAN+

ปีที่ 4 ฉบับที่ 166 วันอังคารที่ 25 พฤศจิกายน 2557

หน้า 1 คอลัมน์ “อาเซียน Business Forum”

Share :
Share on FacebookTweet about this on TwitterEmail this to someone