Home » Publication » มาตรการที่มิใช่ภาษีในอาเซียน : กลุ่มสินค้าเกษตร

มาตรการที่มิใช่ภาษีในอาเซียน : กลุ่มสินค้าเกษตร

การรวมตัวภายใต้ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community: AEC) เป็นโอกาสสำหรับสมาชิกทั้ง 10 ประเทศในการขยายฐานการผลิตและเปิดตลาดสินค้าใหม่ๆ ระหว่างกันโดยไม่มีอุปสรรคทางการค้าจากภาษีศุลกากร แต่แม้ว่าจะไม่มีมาตรการกีดกันด้านภาษีศุลกากร ประเทศสมาชิกยังคงสร้างมาตรการกีดกันทางการค้าอย่างอื่นที่มิใช่การเก็บภาษี หรือที่เรียกว่า “มาตรการที่มิใช่ภาษี (Non-Tariff Measures: NTMs)” เพื่อใช้ปกป้องภาคอุตสาหกรรม รักษาระดับการจ้างงานในประเทศ และคุ้มครองผู้บริโภค ผลการศึกษาของสถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (องค์การมหาชน) หรือ ITD ได้สรุปมาตรการที่มิใช่ภาษีในตลาดอาเซียนบางประเทศสำหรับกลุ่มสินค้าเกษตรที่ผู้ประกอบการไทยต้องเผชิญดังนี้

อินโดนีเซีย ผู้ประกอบการไทยที่ส่งออกสินค้าประเภทผักและผลไม้ไปอินโดนีเซียต้องเผชิญกับมาตรการที่ส่งผลกระทบ เช่น การกำหนดจำนวนท่าเรือที่ไทยสามารถขนส่งสินค้าผักและผลไม้ได้เพียง 3 ท่าเรือ ได้แก่ 1) ท่าเรือ Soekarno-Hatta ที่เมือง Makassar ในเกาะสุราเวสีซึ่งตั้งอยู่ทางทิศใต้ห่างจากกรุงจาร์กาตาประมาณ 1,500 กิโลเมตร 2) ท่าเรือ Tanjung Perak ที่เมือง Surabaya ห่างจากกรุงจาร์กาตา ประมาณ 800 กิโลเมตร และ 3) ท่าเรือ Belawan ที่เมือง Medan ในเกาะสุมาตรา ห่างจากกรุงจาร์กาตาประมาณ 1,450 กิโลเมตร ซึ่งต้องใช้เวลาและต้นทุนในการขนส่งเพิ่มขึ้น ส่งผลต่อคุณภาพสินค้าทำให้สินค้าเน่าเสียหรือมีตำหนิก่อนที่จะไปถึงปลายทาง จึงเป็นเหตุให้ผู้ส่งออกถูกปฏิเสธไม่ให้นำสินค้าเข้ามาขาย และอินโดนีเซียยังห้ามนำเข้าผลไม้บางชนิด เช่น ทุเรียน สับปะรด และมะม่วง เป็นต้น

นอกจากนี้ยังมีรูปแบบการกีดกันต่อสินค้าข้าวหอมมะลิไทย โดยการนำเข้าข้าวหอมมะลิไปยังอินโดนีเซียต้องมีวัตถุประสงค์เฉพาะเพื่อสุขภาพเท่านั้น กล่าวคือ หากผู้ประกอบการไทยต้องการส่งออกข้าวหอมมะลิไปยังอินโดนีเซียต้องเป็นข้าวหอมมะลิชนิดพิเศษที่มีผลส่งเสริมสุขภาพให้กับผู้บริโภคบางกลุ่ม และต้องได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นผู้นำเข้าพิเศษ รวมถึงในทุกครั้งที่มีการนำเข้าต้องขออนุญาตจากกระทรวงการค้าของอินโดนีเซียก่อนจึงจะสามารถนำเข้าได้

มาเลเซีย การส่งออกผลไม้ไปยังมาเลเซียมีข้อจำกัดบางประการ เช่น การส่งออกมะม่วงไปยังมาเลเซียต้องจดทะเบียน farm and packaging กับหน่วยงานของไทยก่อน จากนั้นกระทรวงเกษตรของมาเลเซียจึงทำการตรวจสอบให้เป็นไปตามมาตรฐานอีกครั้งก่อนจะอนุญาตให้นำเข้า การส่งออกชมพู่ไปมาเลเซียต้องดำเนินการผ่านบริษัท Sheng Khee Fruits SDN. BHD เท่านั้น และการส่งออกข้าวไปมาเลเซียยังไม่สามารถส่งออกได้โดยตรงแต่ต้องผ่าน Padiberas National Berhad (BERNAS) ซึ่งเป็นเสมือนหน่วยงานผูกขาดการค้าข้าวในมาเลเซีย และบางฤดูกาลเพาะปลูกที่มาเลเซียสามารถผลิตข้าวออกสู่ตลาดได้เป็นจำนวนมาก ก็จะมีการจำกัดปริมาณนำเข้าเป็นการชั่วคราวด้วย

ฟิลิปปินส์ มีการตั้งกฎห้ามนำเข้าสินค้าจำพวกผลไม้จากประเทศเขตร้อน เพื่อป้องกันโรคพืชและศัตรูพืชที่ติดมากับผลไม้ ซึ่งผู้ประกอบการไทยที่ส่งออกผลไม้ไปยังฟิลิปปินส์ต้องรับภาระจากข้อจำกัดดังกล่าวทำให้ผลไม้จากไทยต้องส่งไปยังประเทศอื่นก่อนจึงสามารถนำเข้าประเทศฟิลิปปินส์ได้

 

สิงคโปร์ เป็นประเทศที่มีมาตรการด้านสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช (SPS) ที่เข้มงวดเพื่อคุ้มครองผู้บริโภคในประเทศที่ต้องพึ่งพาการนำเข้าอาหารเกือบทั้งหมด เช่น ลำไย ซึ่งมีข้อกำหนดปริมาณสูงสุดของซัลเฟอร์ไดออกไซด์ตกค้างบนเปลือกลำไยอันเนื่องจากการรมควันเพื่อรักษาคุณภาพไว้ไม่เกิน 250 ppm และไม่อนุญาตให้มีสารดังกล่าวตกค้างในเนื้อลำไย และในกรณีหมากฝรั่งจะต้องผลิตโดยใช้สารให้ความหวานเพื่อการบำบัดและรักษาสุขภาพเท่านั้น 

สำหรับมาตรการอื่นๆ ที่มีลักษณะบังคับใช้ทั่วไปในทุกประเทศ คือ มาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช (SPS) นอกจากนี้ประเทศที่มีประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลามยังกำหนดมาตรการผลิตสินค้าที่ต้องเป็นไปตามกระบวนการฮาลาล (Halal) อย่างไรก็ตาม สำหรับประเทศกัมพูชา สปป.ลาว เมียนมาร์ และเวียดนาม ยังไม่เข้มงวดในการนำเข้าสินค้าเกษตร

ตัวอย่างมาตรการที่มิใช่ภาษีเหล่านี้ที่ผู้ประกอบไทยต้องเผชิญ เป็นอุปสรรคสำคัญในการเป็นตลาดและฐานการผลิตเดียวกันของอาเซียน ดังนั้น ทุกประเทศต้องแสดงความจริงใจที่จะร่วมมือกันแก้ปัญหาภายใต้การเจรจาที่สร้างสรรค์ ขณะเดียวกันมาตรการและการให้บริการของหน่วยงานภาครัฐที่มีประสิทธิภาพ เช่น การให้บริการร่วมของหน่วยงานภาครัฐ ณ จุดเดียว จะมีส่วนช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถลดผลกระทบระยะสั้นที่เกิดขึ้นได้

…………………………………………….

Download

 

เรียบเรียงโดย

วิมล  ปั้นคง  

ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาองค์ความรู้  

สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (ITD)

new.itd.or.th

ตีพิมพ์ : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ Section : ธุรกิจ-ตลาด/ประชาคมอาเซียน

ปีที่ 12 ฉบับที่ 4271 วันศุกร์ที่ 17 ตุลาคม 2557

หน้า B16 (ซ้าย) คอลัมน์ “เซียนอาเซียน” 

Share :
Share on FacebookTweet about this on TwitterEmail this to someone