Home » Publication » ศักยภาพตลาดนักท่องเที่ยวมาเลเซีย : จากภาคใต้สู่ภาคเหนือ

ศักยภาพตลาดนักท่องเที่ยวมาเลเซีย : จากภาคใต้สู่ภาคเหนือ

อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทย ถือได้ว่าเป็นอุตสาหกรรมที่มีความเข้มแข็งและสร้างรายได้มหาศาลให้กับประเทศ จนกลายเป็นหนึ่งธุรกิจท่องเที่ยวและบริการสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ  การรวมตัวของ 10 ประเทศสมาชิกในภูมิภาคอาเซียน (อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม สหภาพเมียนมาร์ สปป.ลาว กัมพูชา บรูไน สิงคโปร์ และไทย) เพื่อก้าวสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community: AEC) ในปี พ.ศ. 2558 จะส่งผลให้อาเซียนเป็นตลาดร่วม (Single Market) ซึ่งมีประชากรรวมกว่า 600 ล้านคน และกลายเป็นโอกาสของไทยที่จะมีฐานนักท่องเที่ยวขยายใหญ่ขึ้น

เมื่อก้าวสู่ประชาคมอาเซียนที่สมบูรณ์แล้ว การท่องเที่ยวภายในอาเซียนด้วยกันเองจะเติบโตขึ้น เนื่องจากเศรษฐกิจของแต่ละประเทศจะดีขึ้น เมื่อเศรษฐกิจดี ประชาชนมีรายได้ ทำให้ความต้องการเดินทางท่องเที่ยวประเทศใกล้เคียงจะเป็นจุดหมายหนึ่ง จากข้อมูลของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ระบุว่า นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียนิยมเดินทางไปท่องเที่ยวในประเทศไทยจํานวนมากและขยายตัวเพิ่มขึ้นทุกปี (ช่วงปี พ.ศ. 2545 – 2554 นักท่องเที่ยวมาเลเซียเป็นนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยวในไทยมากเป็นอันดับที่ 1) ในปี พ.ศ. 2555 มีนักท่องเที่ยวมาเลเซียเดินทางมาท่องเที่ยวในไทยจํานวน 2,554,397 คน เพิ่มขึ้นจากปี พ.ศ. 2554 ร้อยละ 2.16 เป็นนักท่องเที่ยวอันดับที่ 2 รองจากนักท่องเที่ยวจีน และในช่วงเดือนมกราคม – เมษายน พ.ศ. 2556 มีนักท่องเที่ยวจากมาเลเซียเข้ามาท่องเที่ยวในไทยจํานวน 839,129 คน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปี พ.ศ. 2555 ร้อยละ 6.13 และเป็นอันดับ 2 รองจากจีน เช่นเดียวกัน

ชาวมาเลเซียนิยมเดินทางมาท่องเที่ยวในไทยเพิ่มมากขึ้นในช่วงวันหยุดติดต่อกันของมาเลเซีย เช่น เทศกาลตรุษจีน ช่วงปิดภาคเรียน ฯลฯ รวมทั้งเข้าร่วมเทศกาลสําคัญของไทย เช่น สงกรานต์ ลอยกระทง นักท่องเที่ยวมาเลเซียเดินทางเข้าประเทศไทยผ่านทางด่าน อ. สะเดา ซึ่งเป็นด่านหลัก ด่าน อ.เบตง และด่าน อ.สุไหงโกลก ประเทศไทยและมาเลเซียยังมีนักท่องเที่ยวของแต่ละประเทศเดินทางท่องเที่ยวระหว่างกัน ผ่านทางด่านตรวจคนเข้าเมืองดังกล่าวมากที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับด่านทางบกอื่นๆ ทั่วประเทศ เนื่องจากมีโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งที่เชื่อมโยงเข้าด้วยกันเป็นอย่างดี แหล่งท่องเที่ยว 5 อันดับแรกที่เป็นที่นิยม คือ หาดใหญ่ กรุงเทพฯ สุไหงโกลก เบตง และ ภูเก็ต นักท่องเที่ยวมาเลเซียนิยมเดินทางโดยการขับรถเข้ามาทางด่านภาคใต้และการท่องเที่ยวแบบคาราวานทัวร์ ส่วนใหญ่เดินทางด้วยตนเองและหาข้อมูล/จอง ผ่านอินเตอร์เน็ต นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ชื่นชอบการช้อปปิ้ง แหล่งบันเทิง และการเที่ยวชมสถานที่ การเดินทางระยะใกล้ยังเป็นตัวเลือกหลักในการเลือกแหล่งท่องเที่ยว รวมทั้งต้องเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีความยืดหยุ่นทางราคา ชอบต่อรองสินค้า และเริ่มคำนึงถึงความปลอดภัยในการเดินทางท่องเที่ยวมากขึ้น ความนิยมท่องเที่ยวในแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลภาคใต้ เช่น กระบี่ ภูเก็ต และสมุย เริ่มสูงขึ้น รวมทั้งการท่องเที่ยวภาคเหนือที่เชียงใหม่และเชียงราย

ภาคเหนือมีศักยภาพทางด้านการท่องเที่ยวที่สำคัญในการดึงดูดนักท่องเที่ยวมาเลเซียให้มาเที่ยวมากขึ้น เนื่องจากมีจุดขายทั้งด้านการเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ เช่น ภูเขาที่สวยงามและสลับซับซ้อน และเป็นแหล่งวัฒนธรรมล้านนาที่โดดเด่น ความเก่าแก่ทางประวัติศาสตร์กระจายทั่วไป ซึ่งดึงดูดให้นักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้ามาเยี่ยมเยือนภาคเหนืออย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะจังหวัดเชียงใหม่ซึ่งเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวที่สำคัญของภูมิภาค การส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม (พุทธและมุสลิม) เนื่องจากชาวมาเลเซียจํานวนมากนับถือพระพุทธศาสนา จึงสามารถส่งเสริมให้ชาวมาเลเซียกลุ่มดังกล่าวเดินทางไปสักการะเกจิอาจารย์ วัด/สถานที่สําคัญทางศาสนา รวมทั้งร่วมกิจกรรมทางศาสนาได้ นอกจากนี้ ภาคเหนือมีความพร้อมทางด้านโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวก ซึ่งภาคบริการที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวไม่ว่าจะเป็นโรงแรม ที่พักประเภทต่างๆ ร้านอาหาร สปา รถเช่า บริการท่องเที่ยว ฯลฯ ได้นำเอกลักษณ์ของคนเหนือหรือความเป็นล้านนารวมเข้าไว้ในผลิตภัณฑ์และบริการของตนด้วยในทางใดทางหนึ่งเสมอ รวมถึงที่ตั้งของภาคเหนือสามารถเชื่อมโยงการคมนาคมกับประเทศเพื่อนบ้านได้สะดวก ในปัจจุบัน สายการบินต้นทุนต่ำทำให้การเข้าถึง (Accessibility) และการเดินทางเชื่อมโยง (Connectivity) เป็นไปได้โดยสะดวก หลายสายการบินเปิดเส้นทางบินตรงมาสู่เชียงใหม่มากขึ้นเพื่อรองรับการเปิด AEC ส่งผลให้สนามบินนานาชาติเชียงใหม่จะกลายเป็น Hub โดยไม่ต้องผ่านกรุงเทพมหานคร

ผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทยในภาคเหนือควรเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวจากมาเลเซียที่จะเดินทางเข้ามาท่องเที่ยว ต้องเร่งสร้างพันธมิตรทั้งในกลุ่มโรงแรมและกลุ่มเอเยนซีท่องเที่ยวในประเทศอาเซียน แม้อาจจะไม่ใช่เชนโรงแรมเดียวกัน แต่ก็ต้องมีเครือข่ายเพื่อส่งต่อนักท่องเที่ยวหรือมีแพ็กเกจที่เหมาะสม สำหรับผู้ประกอบการธุรกิจทัวร์ควรจัดทำแพ็กเกจขึ้นมาขายอย่างสร้างสรรค์ แปลกใหม่ และมีเอกลักษณ์ ภาคเหนือมีจุดแข็งของบุคลากรท่องเที่ยวที่มีอัธยาศัยไมตรีเป็นที่ชื่นชอบของนักท่องเที่ยวอยู่แล้ว แต่ก็มีจุดอ่อนด้านภาษา ซึ่งการปรับตัว วางแผนรองรับก็จะได้ประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ ในส่วนของภาครัฐควรเร่งส่งเสริมการท่องเที่ยวระหว่างประเทศโดยให้เชียงใหม่เป็นศูนย์กลางและจัด Road show ส่งเสริมการขายกับทางเอเยนต์ทัวร์ แนะนำแหล่งท่องเที่ยวใหม่ และกิจกรรมทางด้านการท่องเที่ยวเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวมาเลเซียให้เดินทางท่องเที่ยวในภาคเหนือมากขึ้น

…………………………………………….

Download

 

เรียบเรียงโดย

จิราวดี รัตนไพฑูรย์ชัย

นักวิจัย

สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (ITD)

new.itd.or.th

ตีพิมพ์ : หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ Section : ASEAN+

ปีที่ 4 ฉบับที่ 168 วันอังคารที่ 9 ธันวาคม 2557

หน้า 1 คอลัมน์ “อาเซียน Business Forum”

Share :
Share on FacebookTweet about this on TwitterEmail this to someone