Home » Publication » สินค้าและบริการด้านสิ่งแวดล้อม (EGS) : โอกาสและความท้าทายใหม่ของอาเซียน

สินค้าและบริการด้านสิ่งแวดล้อม (EGS) : โอกาสและความท้าทายใหม่ของอาเซียน

ปัญหาโลกร้อน (Global warming) เป็นความกังวลในระดับนานาชาติ ที่ประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการพัฒนาที่ยั่งยืน (Rio+20) ในปี ค.ศ. 2012 ตระหนักถึงปัญหาเรื่องการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศของโลก จึงผลักดันแนวคิด “เศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy)” สนับสนุนให้ประเทศต่างๆ ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจโดยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งแนวทางหนึ่งในการพัฒนาเศรษฐกิจตามแนวนโยบายเศรษฐกิจสีเขียว คือ การส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศของสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Environmental Goods and Services: EGS) ให้ขยายตัวมากกว่าสินค้าและบริการที่ผลิตด้วยกระบวนการและเทคโนโลยีดั้งเดิม ดังนั้นองค์การการค้าโลก (World Trade Organization: WTO) จึงสนับสนุนให้ขจัดอุปสรรคทางการค้าระหว่างประเทศในสินค้าและบริการด้านสิ่งแวดล้อม ทั้งในรูปภาษีศุลกากรและมาตรการกีดกันทางการค้าอื่นที่มิใช่ภาษีศุลกากร ส่วนกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (APEC) ได้กำหนดรายการสินค้าสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งมีเป้าหมายเปิดเสรีการค้าสินค้าสิ่งแวดล้อม

อย่างไรก็ดี ปัจจุบันยังไม่สามารถหาข้อยุติเกี่ยวกับคำนิยามและขอบเขตของรายการสินค้าและบริการด้านสิ่งแวดล้อม โดยในการเจรจารอบโดฮา (Doha round) ขององค์การการค้าโลก (WTO) ประเทศสมาชิกมีข้อเสนอเรื่องคำนิยามและขอบเขตของสินค้าและบริการด้านสิ่งแวดล้อมที่แตกต่างกัน แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มแรก มองว่า สินค้าและบริการด้านสิ่งแวดล้อมเน้นผลิตภัณฑ์หรือการให้บริการที่เป็นประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นสินค้าหรือบริการที่กำจัดหรือบำบัดมลพิษโดยตรง เช่น อุปกรณ์บำบัดน้ำเสีย กลุ่มที่สอง มองว่า สินค้าและบริการด้านสิ่งแวดล้อมมีนิยามที่กว้างกว่ากลุ่มแรก คือ ควรรวมสินค้าและบริการด้านสิ่งแวดล้อมที่อาจเป็นประโยชน์หรือมีผลดีต่อสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติโดยอ้อม ซึ่งเป็นสินค้าและบริการที่เป็นมิตรหรือเอื้อประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อม (Environmentally Preferable Products: EPP) และยังสามารถใช้แทนสินค้าที่มีลักษณะหรือประโยชน์ใช้สอยเหมือนกัน (Like Product) แต่ไม่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น เครื่องจักรผลิตไฟฟ้าพลังงานลม ยานพาหนะที่ใช้เชื้อเพลิงน้อย ส่วนกลุ่มสุดท้าย มองว่า ควรเพิ่มรายการสินค้าและบริการที่เกี่ยวกับการบรรเทาปัญหาโลกร้อน (Global warming) เป็นส่วนหนึ่งของสินค้าและบริการด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งแนวคิดของกลุ่มสุดท้ายมีขอบเขตของสินค้าและบริการด้านสิ่งแวดล้อมที่กว้างกว่าสองกลุ่มแรก

แม้ว่านิยามและขอบเขตของรายการสินค้าและบริการด้านสิ่งแวดล้อมจะยังไม่เป็นที่ยุติ แต่การค้าสินค้าและบริการด้านสิ่งแวดล้อมของโลกมีมูลค่าเฉลี่ยสูงถึง 1 ล้านล้านบาทต่อปี สมาชิกเอเปคในประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสเอเปคเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา พยายามลดปัญหาและอุปสรรคในการเปิดเสรีการค้าสินค้าด้านสิ่งแวดล้อม เช่น การตั้งเป้าหมายให้ประเทศสมาชิกลดอัตราภาษีนำเข้าสินค้าสิ่งแวดล้อมให้เหลือไม่เกินร้อยละ 5 ของมูลค่าสินค้า ภายในปี ค.ศ. 2015 การเสริมสร้างขีดความสามารถของผู้ผลิตสินค้าและบริการด้านสิ่งแวดล้อม และการลดมาตรการกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี โดยเอเปคเล็งเห็นโอกาสการเติบโตทางการค้าของสินค้าด้านสิ่งแวดล้อมของโลกซึ่งอาจมีมูลค่าสูงถึงสองล้านล้านบาทในปี ค.ศ. 2020 ทั้งนี้ เพราะเอเปคมีผู้ประกอบการที่มีศักยภาพในการผลิตและส่งออกสินค้าด้านสิ่งแวดล้อมในระดับต้นๆ ของโลก

ด้านประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน (ASEAN Socio-Cultural Community: ASCC) ซึ่งเป็นหนึ่งในสามเสาหลักของประชาคมอาเซียน (ASEAN Community) เล็งเห็นความสำคัญของการพัฒนาที่ยั่งยืน โดย ASCC Blueprint 2009 – 2015 ระบุถึงการพัฒนาที่ยั่งยืนซึ่งสนับสนุนการรักษาสิ่งแวดล้อมและการใช้ทรัพยากรอย่างชาญฉลาดและคุ้มค่า โดย ASEAN จะต้องตื่นตัวและตอบสนองต่อปัญหาสิ่งแวดล้อมโลก ซึ่งรวมถึงปัญหาการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ การปกป้องชั้นบรรยากาศ และการพัฒนาเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อให้สอดรับกับการพัฒนาที่ยั่งยืน แม้ว่าอาเซียนจะไม่มีนโยบายสนับสนุนการค้าสินค้าและบริการด้านสิ่งแวดล้อมที่ชัดเจน แต่การท่องเที่ยวเชิงสิ่งแวดล้อม (Ecotourism) ซึ่งถือเป็นการค้าบริการด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental Service) ประเภทหนึ่งกำลังอยู่ในความสนใจของนักท่องเที่ยวในอาเซียน นอกจากนักท่องเที่ยวจะนิยมการท่องเที่ยวเชิงสิ่งแวดล้อมที่เน้นการเข้าถึงธรรมชาติ ศึกษาระบบนิเวศน์ เยี่ยมชมวิถีชีวิตคนท้องถิ่น นักท่องเที่ยวจำนวนหนึ่งก็ตระหนักถึงการบริหารจัดการของโรงแรมและที่พักที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ภาคเอกชนด้านการท่องเที่ยวของอาเซียนจึงร่วมมือกับกระทรวงการท่องเที่ยวของแต่ละประเทศสมาชิกอาเซียนก่อตั้ง ASEAN Green Hotel Award รางวัลที่มอบให้กับโรงแรมในอาเซียนที่มีมาตรฐานการบริการที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ โรงแรมที่จะได้รับ ASEAN Green Hotel Award จะต้อง (1) มีแผนการบริหารโรงแรมที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม เช่น นโยบายการประหยัดพลังงาน (2) ใช้อุปกรณ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (3) สร้างความร่วมมือกับท้องถิ่นและองค์กรส่วนท้องถิ่นในการรักษาสิ่งแวดล้อม (4) มีแผนพัฒนาบุคลากรเพื่อกระตุ้นจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อม (5) บริหารจัดการขยะมูลฝอยไม่ให้ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม (6) ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ (7) ใช้ทรัพยากรน้ำอย่างคุ้มค่า (8) บริหารจัดการอากาศทั้งภายในและภายนอกอาคารอย่างมีประสิทธิภาพ (9) มีระบบควบคุมมลภาวะทางเสียง (10) มีการบริหารจัดการน้ำเสียเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม (11) จัดการของเสียอันตรายและสารเคมีตามมาตรฐานความปลอดภัยสากล

ASEAN Green Hotel Award สะท้อนให้เห็นถึงการเตรียมความพร้อมของอาเซียนในการดำเนินงานอย่างเป็นทางการของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี ค.ศ. 2015 เพื่อปรับให้อาเซียนเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวที่มีมาตรฐานเดียวกัน (Quality Single Destination) และกระตุ้นการดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน อาเซียนจึงมีข้อได้เปรียบในการให้บริการด้านสิ่งแวดล้อม เพราะมีมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมอันเป็นที่ยอมรับและมีความร่วมมือกันในระหว่างภาคเอกชน อย่างไรก็ตาม การค้าบริการด้านสิ่งแวดล้อมต้องอาศัยเทคโนโลยีสะอาดที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ การเพิ่มขีดความสามารถการค้าบริการด้านสิ่งแวดล้อมของอาเซียนจึงต้องเชื่อมโยงกับการพัฒนาศักยภาพการผลิตและส่งออกสินค้าด้านสิ่งแวดล้อมของผู้ประกอบการอาเซียน โดยอาเซียนสามารถอาศัยความร่วมมือในกรอบเอเปคเพื่อสร้างเครือข่ายและตลาดการค้าสินค้าด้านสิ่งแวดล้อมร่วมกัน ทั้งนี้ อาเซียนควรมีแผนการพัฒนาอุตสาหกรรมสินค้าและบริการด้านสิ่งแวดล้อมที่ชัดเจนเพื่อเตรียมอาเซียนให้พร้อมรับกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs)

…………………………………………….

Download

 

 

 

เรียบเรียงโดย

ปภาวดี ธโนดมเดช 

นักวิจัย

สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (ITD)

new.itd.or.th

ตีพิมพ์ : หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ Section : ASEAN+

ปีที่ 3 ฉบับที่ 155 วันอังคารที่ 9 กันยายน 2557

หน้า 1 คอลัมน์ “อาเซียน Business Forum” 

Share :
Share on FacebookTweet about this on TwitterEmail this to someone