Home » Publication » อาเซียนกับการต่อต้านการทำประมงที่ผิดกฎหมาย (IUU)

อาเซียนกับการต่อต้านการทำประมงที่ผิดกฎหมาย (IUU)

นอกเหนือไปจากการถูกตัดสิทธิ GSP ในทุกประเภทสินค้าที่ส่งจากประเทศไทยไปสหภาพยุโรปตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2558 เป็นต้นไปแล้ว ความเสี่ยงที่จะได้รับใบเหลืองจากสหภาพยุโรปในกรณีการทำประมงที่ผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน ไร้การควบคุม (Illegal, Unreported and Unregulated Fishing: IUU) ได้ทวีความกังวลใจให้กับผู้ส่งออกสินค้าประมงไปยังตลาดสหภาพยุโรปเป็นอย่างมาก

สหภาพยุโรปในฐานะกลุ่มประเทศที่นำเข้าและส่งออกสินค้าประมงเป็นอันดับต้นๆ ของโลก เล็งเห็นถึงภัยคุกคามที่เกิดจากการทำประมงที่ผิดกฎหมาย (IUU) อันส่งผลกระทบต่อจำนวนทรัพยากรสัตว์น้ำและสิ่งมีชีวิตทางทะเลและปัญหาการค้ามนุษย์ในอุตสาหกรรมประมง จึงสานต่อแผนปฏิบัติการต่อต้านการทำประมงที่ผิดกฎหมายซึ่งริเริ่มโดยองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ในปี 2554 โดยบัญญัติ Regulation (EC) No. 1005/2008 (IUU Regulation) เพื่อป้องกัน ขัดขวางและกำจัดการทำประมงที่ผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม ให้เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น

IUU Regulation กำหนดให้ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปและประเทศที่สามที่ส่งออกสินค้าประมงเข้าสู่ตลาดสหภาพยุโรปต้องรับรองที่มาและการได้มาโดยชอบด้วยกฎหมายของสินค้าประมง กล่าวคือ ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปและประเทศผู้ส่งออกสินค้าประมงสู่สหภาพยุโรปต้องมีระบบที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ว่าสินค้าประมงดังกล่าวมาจากเรือประมงที่ได้รับการจดทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปราศจากการใช้แรงงานบังคับ ปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ที่ยอมรับกันในทางระหว่างประเทศ

หากมีพฤติการณ์ว่าประเทศใดไม่มีการต่อต้านการทำประมงที่ผิดกฎหมาย (IUU) อย่างเพียงพอ อาทิ ขาดการบริหารจัดการความบกพร่องด้านการติดตามและควบคุมการทำประมง คณะกรรมาธิการยุโรป (EU Commission) จะมีการประกาศเตือน โดยการให้ใบเหลืองแก่ประเทศดังกล่าว ซึ่งจะยังไม่มีผลกระทบต่อการค้าสินค้าประมงกับสหภาพยุโรป ประเทศที่ได้รับใบเหลืองจะต้องมีมาตรการที่เหมาะสมเพื่อแก้ไขสถานการณ์ให้ดีขึ้น หากผ่านพ้น 6 เดือน หลังจากการได้รับใบเหลืองแล้ว สถานการณ์การต่อต้านการทำประมงที่ผิดกฎหมาย (IUU) ในประเทศดังกล่าวยังไม่ดีขึ้น สหภาพยุโรปจะดำเนินการประกาศให้ใบแดง และห้ามนำเข้า (ban) สินค้าประมงจากประเทศดังกล่าว

อนึ่ง สหภาพยุโรปประกาศให้ใบแดงและห้ามนำเข้าสินค้าประมงทุกชนิดจากประเทศกัมพูชาเมื่อเดือนมีนาคม 2557 ด้วยเหตุที่กัมพูชาไม่ให้ความร่วมมือในการบรรเทาสถานการณ์การทำประมงที่ผิดกฎหมาย (IUU) หลังจากได้รับใบเหลือง ฟิลิปปินส์ก็เคยได้รับใบเหลืองจากสหภาพยุโรปตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2557 โดยปัจจุบันสหภาพยุโรปได้ขยายระยะเวลาประเมินสถานการณ์ต่อต้านการทำประมงที่ผิดกฎหมาย (IUU) ของฟิลิปปินส์ออกไปอีก 6 เดือน ในส่วนของประเทศไทย แม้ว่าสหภาพยุโรปจะยังมิได้ประกาศให้ใบเหลืองแก่ประเทศไทย รัฐบาลก็ได้มีมาตรการเพื่อยกระดับความเข้มงวดในการต่อต้านการทำประมงที่ผิดกฎหมาย (IUU) เช่น การแก้ไขพระราชบัญญัติประมง การจัดทำระบบติดตามตำแหน่งเรือ

เมื่อพิจารณาข้อมูลการค้าสินค้าประมงระหว่างอาเซียนกับสหภาพยุโรปจะพบว่า ประเทศสมาชิกอาเซียน ได้แก่ ไทย เวียดนาม อินโดนีเซีย มีสัดส่วนการส่งออกสินค้าประมงสู่ตลาดสหภาพยุโรปสูงเป็นอันดับต้นๆ โดยในปี 2556 เวียดนามส่งออกเนื้อปลาแช่แข็ง (HS 0304) และกุ้งแช่แข็ง (HS 0306) ไปยังสหภาพยุโรปมีมูลค่าเฉลี่ย 4.8 และ 2.4 ร้อยล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ตามลำดับ

การที่กัมพูชาหรือประเทศสมาชิกอาเซียนอื่นได้รับใบแดง ห้ามนำเข้าสินค้าประมงทุกชนิดจากสหภาพยุโรป จะส่งผลกระทบการส่งออกสินค้าประมงของอาเซียนโดยรวมไปยังสหภาพยุโรป เนื่องจากระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียนด้วยกันมีการนำเข้าสินค้าประมง อาทิ ปลาป่นและปลาหมึกสด ในฐานะวัตถุดิบ ก่อนจะนำไปแปรรูปและส่งออกไปยังตลาดสหภาพยุโรป ประเทศสมาชิกอาเซียนอื่นที่ไม่ได้รับใบแดงจึงต้องหลีกเลี่ยงการใช้วัตถุดิบจากประเทศที่ได้รับใบแดง ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการบรรลุวิสัยทัศน์ของอาเซียนในการเป็นตลาดและฐานการผลิตเดียวกัน อาเซียนจำเป็นต้องแก้ไขปัญหาห่วงโซ่การผลิตสินค้าประมงเพื่อรักษาตลาดสหภาพยุโรป โดยได้จัดตั้ง ASEAN Fisheries Consultative Forum Body (AFCFB) มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและพัฒนาการจัดการทรัพยากรทางทะเลอย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นหนทางหนึ่งในการแก้ไขปัญหา ทั้งนี้ AFCFB เสนอให้มีการจัดทำมาตรการและแนวปฏิบัติเพื่อต่อต้านการทำประมงที่ผิดกฎหมาย (IUU) ดังต่อไปนี้

1.  แนวปฏิบัติสำหรับรัฐเจ้าของธงเรือ (Flag State Guideline) ให้มีระบบการจดทะเบียน พัก หรือถอนทะเบียนอย่างมีประสิทธิภาพ และเก็บรวบรวมข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับเรือประมง

2.  มาตรการสำหรับรัฐท่าเรือ (Port State Measures) ซึ่งจะต้องมีระบบตรวจสอบหลักฐานการทำประมงของเรือประมงหรือสินค้าประมงว่ามาจากการทำประมงที่ผิดกฎหมาย (IUU) หรือไม่ และยับยั้งการให้ความช่วยเหลือเรือประมงที่ผิดกฎหมาย เช่น การอนุญาตให้เติมน้ำมัน เสบียง การเข้าท่าเรือ โดยจะต้องแจ้งไปยังรัฐเจ้าของธงเรือด้วย

3.  มาตรการสำหรับรัฐชายฝั่ง (Coastal State Measures) รัฐชายฝั่งจะต้องปรับปรุงกฎหมายภายในของตน เพื่อป้องกันการทำประมงที่ผิดกฎหมาย (IUU) อย่างเคร่งครัด

ผลจากการประชุม AFCFB ครั้งล่าสุด เมื่อเดือนธันวาคม 2557 ฟิลิปปินส์แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าในการแก้ไขปัญหาการทำประมงที่ผิดกฎหมาย (IUU) โดยชี้แจงต่อที่ประชุมถึงการจัดทำแผนปฏิบัติการแห่งชาติในการต่อต้านการทำประมงที่ผิดกฎหมาย (National Plan of Action: NPOA – IUU)

ความพยายามของอาเซียนต่อการต่อต้านการทำประมงที่ผิดกฎหมาย (IUU) จะเป็นที่ยอมรับในสายตานานาอารยประเทศได้นั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับมาตรการที่อาเซียนกำหนดขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องพิจารณาการบังคับใช้มาตรการดังกล่าวระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียน หากอาเซียนสามารถปราบปรามการทำประมงที่ผิดกฎหมาย (IUU) ได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้ว ประโยชน์ที่ได้รับนอกเหนือจากการรักษาตลาดสินค้าประมง ก็ยังเป็นการสร้างความยั่งยืนให้กับทรัพยากรธรรมชาติทางทะเล ซึ่งส่งเสริมนโยบายความมั่นคงทางอาหารของอาเซียนด้วยเช่นกัน

…………………………………………….

 

 

Download

 

เรียบเรียงโดย

ปภาวดี ธโนดมเดช

นักวิจัย

สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (ITD)

new.itd.or.th

ตีพิมพ์ : หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ Section : ASEAN+

ปีที่ 4 ฉบับที่ 182 วันอังคารที่ 17 มีนาคม 2558

หน้า 1 คอลัมน์ “อาเซียน Business Forum”

Share :
Share on FacebookTweet about this on TwitterEmail this to someone