Home » Publication » อุตสาหกรรมที่น่าสนใจลงทุนในประเทศมาเลเซีย

อุตสาหกรรมที่น่าสนใจลงทุนในประเทศมาเลเซีย

มาเลเซียถือเป็นอีกประเทศหนึ่งในภูมิภาคอาเซียนที่นักลงทุนไทยไม่ควรมองข้าม เนื่องจากเป็นประเทศที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างสม่ำเสมอตลอดระยะหลายปีที่ผ่านมา โดยมีปัจจัยบวกสำคัญที่ส่งผลให้เศรษฐกิจมาเลเซียมีการขยายตัวเพิ่มขึ้น ได้แก่ การลงทุนของภาคเอกชนที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง การผลักดันโครงการต่างๆ โดยเฉพาะโครงการขนาดใหญ่ (Mega Projects) ภายใต้นโยบายการเปลี่ยนแปลงระบบเศรษฐกิจ (Economic Transformation Program: ETP) ของรัฐบาล ซึ่งมีเป้าหมายของการนำประเทศไปสู่การเป็นประเทศพัฒนาแล้วที่มีรายได้สูงภายในปี 2563 และให้เศรษฐกิจมาเลเซียมีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจเฉลี่ยร้อยละ 6 ต่อปีอย่างต่อเนื่องภายใต้นโยบาย ETP โดยตั้งเป้ายกระดับรายได้ของประชากรเพิ่มขึ้นจากระดับ 6,700 เหรียญสหรัฐฯ/คน/ปี เป็น 15,000 เหรียญสหรัฐฯ/คน/ปี รัฐบาลสนับสนุนการพัฒนาให้ภาคการค้าบริการเป็นรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจของประเทศ โดยการเปิดเสรีภาคบริการให้แก่บริษัทต่างชาติให้เข้ามาลงทุนในประเทศ รวมถึงการมีภาคการเงินและระบบการธนาคารของมาเลเซียที่มีเสถียรภาพและมีพื้นฐานที่ดี ขณะเดียวกัน มาเลเซียก็เป็นประเทศที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นต่อการพัฒนาเครือข่ายสารสนเทศ การวิจัยและพัฒนา เพื่อการเป็น “สังคมแห่งการเรียนรู้” (Knowledge-based Society) ดังนั้น มาเลเซียจึงมีแรงงานที่มีคุณภาพ และมีระบบสาธารณูปโภคที่ทันสมัย

นอกจากนี้ รัฐบาลของมาเลเซียยังมีการส่งเสริมการลงทุนและดำเนินนโยบายวิสัยทัศน์แห่งชาติ (National Vision Policy: NVP) ซึ่งมีเป้าหมายในการสร้างมาเลเซียให้เป็น “ประเทศที่มีความยืดหยุ่นตามภาวะทางเศรษฐกิจและมีความสามารถในการแข่งขัน” จึงให้ความสำคัญกับการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของประสิทธิภาพการผลิตโดยรวม และมุ่งเน้นการลงทุนที่มีการค้นคว้าและวิจัย (R & D) และเทคโนโลยีขั้นสูง รวมทั้งดำเนินตามแผนพัฒนาอุตสาหกรรมฉบับที่ 3 (Third Industrial Master Plan: IMP3) สำหรับปี 2549 – 2563 ที่มุ่งส่งเสริมให้มาเลเซียเป็นประเทศที่ “สามารถแข่งขันได้อย่างยั่งยืนด้วยนวัตกรรมในสาขาการผลิตและการบริการ”

ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาจากสภาพทางเศรษฐกิจของมาเลเซียจะพบว่า มีอุตสาหกรรมหรือภาคธุรกิจที่นักลงทุนไทยสามารถพิจารณาเข้าไปลงทุนในประเทศมาเลเซีย ดังต่อไปนี้

อุตสาหกรรมอาหารและแปรรูปสินค้าเกษตร โดยเฉพาะอาหารฮาลาล เนื่องจากมาเลเซียมีประชากรกว่าร้อยละ 60 นับถือศาสนาอิสลาม จึงทำให้ประเทศเป็นตลาดอาหารฮาลาลขนาดใหญ่ รวมทั้งมาตรฐานสินค้าอาหารฮาลาลของไทยก็ได้รับการยอมรับจากกลุ่มประเทศสมาชิกองค์การความร่วมมืออิสลาม (Organization of Islamic Cooperation: OIC) ผนวกกับความต้องการของผู้บริโภคภายในประเทศที่เพิ่มขึ้นทุกปี และความสามารถในการผลิตอาหารของประเทศไทย ซึ่งมีวัตถุดิบที่หลากหลายและมีคุณภาพ จึงถือเป็นโอกาสของผู้ประกอบการไทยที่จะเข้าไปขยายตลาดอาหารฮาลาลในมาเลเซียโดยใช้ประโยชน์จากการเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ขณะเดียวกัน ธุรกิจอาหารแปรรูป และธุรกิจภัตตาคารและร้านอาหารไทย ก็จะมีศักยภาพในการเติบโตต่อไปเช่นเดียวกัน รวมถึงอาหารประเภทอื่นๆ เช่น อาหารปลอดสารพิษ อาหารสุขภาพ อาหารสมุนไพร อาหารที่ทานง่ายและสะดวก และสารปรุงรสอาหาร เป็นต้น 

อุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในการผลิต เนื่องจากมาเลเซียมีพัฒนาการของเทคโนโลยีขั้นสูง และมีแรงงานทักษะขั้นสูงจำนวนมาก ขณะที่ในส่วนของประเทศไทยมีข้อได้เปรียบด้านวัตถุดิบ มีแรงงานกึ่งทักษะ (Semi-skilled Labor) ที่มีจำนวนมากกว่ามาเลเซีย รวมถึงทำเลที่ตั้งอยู่ใกล้ตลาดขนาดใหญ่อย่างประเทศจีน จึงเป็นโอกาสสำหรับนักลงทุนไทยที่จะร่วมมือกับผู้ประกอบการในประเทศมาเลเซียที่จะดำเนินกิจการในอุตสาหกรรมหรือสาขาการผลิตที่มีศักยภาพสูง ได้แก่ อิเล็กทรอนิกส์ เทคโนโลยีสารสนเทศ (ICT) ชิ้นส่วนยานยนต์ การแปรรูปยางพารา ปาล์มน้ำมัน ปิโตรเคมี เทคโนโลยีชีวภาพ เครื่องจักรและอุปกรณ์ การขึ้นรูปโลหะ (Metal Stamping) และการออกแบบแม่พิมพ์ 

บริการท่องเที่ยว เป็นอีกภาคธุรกิจที่ไทยกับมาเลเซียสามารถร่วมมือกันได้ โดยฝ่ายไทยเป็นประเทศที่มีความเชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการธุรกิจที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว และมีสถานที่ท่องเที่ยวอันโดดเด่นระดับโลกหลายแห่ง ขณะที่มาเลเซียมองตัวเองเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวมุสลิม ตลาดการท่องเที่ยวของประเทศเองก็ขยายตัวอย่างรวดเร็ว เนื่องจากจำนวนประชาชนชั้นกลางที่ร่ำรวยมีจำนวนมากขึ้น ทำให้สามารถส่งเสริมการขยายตัวของการใช้จ่ายในด้านการท่องเที่ยวภายในประเทศได้ ประกอบกับชาวมาเลเซียจำนวนมากก็นิยมเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย โดยเฉพาะในจังหวัดทางภาคใต้ของไทย จำนวนนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย คิดเป็นสัดส่วนมากกว่าร้อยละ 10 ของจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งหมดที่เข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย 

บริการทางการแพทย์และสุขภาพ ทั้งประเทศไทยและมาเลเซียต่างก็มีความก้าวหน้าทางด้านการแพทย์ในระดับสูง รวมถึงประเทศไทยมีนโยบายผลักดันการพัฒนาให้ประเทศเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคในด้านบริการทางการแพทย์และสุขภาพ (Medical Hub) และส่งเสริมธุรกิจสปา ขณะที่มาเลเซียยังประสบปัญหาขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์ โดยเฉพาะพยาบาล เพราะมาเลเซียมีอัตราการทำงานของผู้หญิงที่ค่อนข้างต่ำ ดังนั้น เงื่อนไขเหล่านี้เปิดโอกาสให้เกิดความร่วมมือด้านธุรกิจการแพทย์และสุขภาพระหว่างทั้งสองประเทศได้เป็นอย่างดี 

นอกจากนี้ ยังมีอุตสาหกรรมและภาคธุรกิจอื่นๆ ที่ผู้ประกอบการไทยสามารถเข้าไปค้นหาโอกาสในการดำเนินธุรกิจได้อีก เช่น อุตสาหกรรมก่อสร้าง ธุรกิจด้านการเกษตร ยางพาราและผลิตภัณฑ์ และอุตสาหกรรมเหล็ก เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการไทยต้องตระหนักถึงข้อจำกัดในการลงทุนด้วย ได้แก่ การขาดแคลนแรงงานและวัตถุดิบ โดยเฉพาะแรงงานไร้ฝีมือ ซึ่งส่วนใหญ่ต้องนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน เช่น เมียนมาร์ หรือบังคลาเทศ รวมถึงความสามารถด้านการตลาดและมาตรฐานด้านความปลอดภัยโดยทั่วไปในหลายสาขาธุรกิจที่ยังอยู่ในระดับต่ำ

 

…………………………………………….

 

 

Download

 

เรียบเรียงโดย

สดุดี วงศ์เกียรติขจร 

สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (ITD)

new.itd.or.th

ตีพิมพ์ : หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ Section : ASEAN+

ปีที่ 3 ฉบับที่ 151 วันอังคารที่ 12 สิงหาคม 2557

หน้า 1 คอลัมน์ “รู้เขา รู้เรา รู้อาเซียน 

Share :
Share on FacebookTweet about this on TwitterEmail this to someone