Home » Publication » เร่งพัฒนาศักยภาพการท่องเที่ยวไทยสู่ AEC

เร่งพัฒนาศักยภาพการท่องเที่ยวไทยสู่ AEC

ภายใต้เป้าหมายเพื่อก้าวสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ในปี 2558 นอกจากอาเซียนได้ดำเนินการเพื่อเปิดเสรีทางเศรษฐกิจในการเคลื่อนย้ายสินค้าได้สะดวกมากขึ้น ยังได้เร่งรัดการเปิดเสรีภาคบริการและแรงงานมีฝีมืออย่างเสรีตามกรอบความตกลงว่าด้วยการค้าบริการของอาเซียน (AFAS) โดยกำหนดข้อตกลงยอมรับร่วม (MRA) ด้านคุณสมบัติในสาขาวิชาชีพต่าง ๆ ที่ประเทศสมาชิกอาเซียนมีศักยภาพและมีความพร้อมเพื่อให้เกิดการเคลื่อนย้ายบุคลากรวิชาชีพระหว่างประเทศสมาชิก ซึ่งเป็นการสร้างขีดความสามารถการแข่งขันตลาดการค้าบริการ รวมทั้งอำนวยความสะดวกการค้าด้านบริการในอาเซียนเพื่อสนับสนุนการเป็นตลาดและฐานการผลิตเดียวกัน

ที่ผ่านมาอาเซียนดำเนินการเรื่องสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการเปิดเสรีภาคบริการ เช่น การทยอยเปิดเสรีการค้าบริการอย่างต่อเนื่อง ตามพิมพ์เขียวอาเซียนได้กำหนดให้เพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นของนักลงทุนจากอาเซียนในสาขาคอมพิวเตอร์ ท่องเที่ยว สุขภาพ การขนส่งทางอากาศ เป็นร้อยละ 70 และได้จัดทำความตกลงยอมรับร่วมด้านคุณสมบัติวิชาชีพอาเซียน 8 สาขา ได้แก่ แพทย์ พยาบาล นักบัญชี นักสำรวจ สถาปนิก วิศวกร และบุคลากรด้านการท่องเที่ยว รวมถึงจัดทำความตกลงว่าด้วยการเคลื่อนย้ายบุคคลธรรมดาของอาเซียน เป็นต้น

สำหรับการเปิดตลาดการค้าบริการสาขาท่องเที่ยว ประเทศไทยมีข้อผูกพันภายใต้กรอบ AFAS โดยกำหนดกรอบมาตรฐานสมรรถนะพื้นฐานของบุคลากรวิชาชีพท่องเที่ยวของอาเซียน ซึ่งเป็นการระบุสมรรถนะพื้นฐานขั้นต่ำของบุคลากรวิชาชีพดังกล่าว โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อเป็นข้อกำหนดด้านสมรรถนะในแต่ละตำแหน่งงาน ทั้งนี้ต้องเป็นไปตามกฎหมายและข้อบังคับของแต่ละประเทศสมาชิกอาเซียน การระบุข้อกำหนดยังส่งผลให้อาเซียนได้ปรับปรุงคุณภาพการบริการภาคการท่องเที่ยวให้เป็นมาตรฐานเดียวกันเพื่อเป็นที่ยอมรับในระดับสากลและสนับสนุนความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิกมากขึ้น ข้อกำหนดนี้ครอบคลุม 32 ตำแหน่งงาน โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ (1) กลุ่มที่พัก 23 ตำแหน่งงาน ใน 4 สาขา ได้แก่ 1. พนักงานในสำนักงาน 2. พนักงานทำความสะอาด 3. ผู้ผลิตอาหาร 4. ผู้ให้บริการอาหารและเครื่องดื่ม และ (2) กลุ่มการเดินทาง 9 ตำแหน่งงาน ใน 2 สาขา ได้แก่ 1. ตัวแทนท่องเที่ยว 2. บริษัททัวร์

สำหรับประเทศไทย ภาคการท่องเที่ยวถือเป็นอุตสาหกรรมภาคบริการที่มีบทบาทสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ สร้างรายได้เข้าประเทศในแต่ละปีไม่ต่ำกว่าหลายแสนล้านบาท ศักยภาพด้านการท่องเที่ยวของไทยนอกจากจะมีภูมิประเทศที่สวยงาม แหล่งท่องเที่ยวมีความหลากหลาย การบริการยังได้มาตรฐาน ที่สำคัญด้วยลักษณะเฉพาะของคนไทยที่มีความอ่อนน้อมและมีความเป็นมิตร บริการด้วยความจริงใจเป็นที่ประทับใจของนักท่องเที่ยว ไทยยังสามารถให้บริการได้ครบห่วงโซ่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ตั้งแต่การให้ข้อมูลนักท่องเที่ยวเพื่อวางแผนการท่องเที่ยว โรงแรมที่พัก การนำเที่ยว ร้านอาหาร จนกระทั่งถึงการประกันภัยการเดินทาง ซึ่งเป็นจุดแข็งของอุตสาหกรรม

ถึงแม้ตลาดท่องเที่ยวไทยได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ แต่ภาคบริการท่องเที่ยวไทยยังประสบปัญหาและอุปสรรคหลายประการ เช่น การแข่งขันด้านราคาในประเทศด้วยการตัดราคาและลดต้นทุน ส่งผลให้คุณภาพการบริการลดลง การขาดข้อมูลและความรู้ด้านการบริหารจัดการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็ก การบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยวยังไม่คำนึงถึงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเท่าที่ควร และจำนวนผู้ให้บริการที่เชี่ยวชาญด้านภาษา โดยเฉพาะภาษาอังกฤษยังมีไม่มาก ส่งผลให้ตลาดท่องเที่ยวไทยอาจถูกแย่งตลาดได้ในอนาคตจากคู่แข่งขันประเทศเพื่อนบ้านที่กำลังเร่งพัฒนาภาคการท่องเที่ยว

ไทยจึงต้องเร่งพัฒนายกระดับคุณภาพและมาตรฐานการบริการให้มากขึ้น ด้วยการฝึกอบรมบุคลากร โดยเฉพาะแรงงานรุ่นใหม่ ให้พัฒนาการสื่อสารด้านภาษาอังกฤษได้ดีขึ้น ให้ความรู้และจัดหลักสูตรฝึกอบรมการบริหารจัดการธุรกิจท่องเที่ยวกับผู้ประกอบการ SMEs และต้องเร่งสร้างความตระหนักรู้และให้สำคัญต่อการรักษาไว้ซึ่งวัฒนธรรมและเอกลักษณ์ของคนไทย ที่มีอัธยาศัยไมตรี เอาใจใส่ อ่อนน้อม จริงใจ อดทน และพร้อมน้อมรับที่จะให้บริการด้วยจิตใจบริการ (Service Mind) รวมถึงต้องเร่งสร้างความโดดเด่นด้วยการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และพัฒนามาตรการความปลอดภัยเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยว

ทั้งนี้ หากพิจารณาศักยภาพภาคการท่องเที่ยวอาเซียน ประเทศเวียดนามถือเป็นตัวอย่างที่น่าสนใจ ในปัจจุบันตลาดการท่องเที่ยวเวียดนามพัฒนาก้าวหน้าเป็นอย่างมาก โดยเน้นจุดขายเรื่องแหล่งท่องเที่ยวตามธรรมชาติที่สวยงามเนื่องด้วยมีภูมิประเทศติดทะเล และผสมผสานกับการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เน้นท่องเที่ยวเชิงประหยัดที่ราคาถูก ทำให้คนที่มีรายได้ไม่สูงก็สามารถท่องเที่ยวได้ ดังจะเห็นได้จากที่มีคนไทยนิยมไปเที่ยวเวียดนามมากขึ้น เช่น ท่องเที่ยวทางตอนเหนือ ฮาลองเบย์ และเมืองหลวงฮานอย ในช่วงปลายปีซึ่งตรงกับช่วงฤดูหนาวที่อากาศกำลังเย็นสบาย อย่างไรก็ตามการอำนวยความสะดวกยังไม่ดีเท่าที่ควร และการให้บริการยังไม่เชี่ยวชาญเท่ากับไทย แต่ยังมีโอกาสพัฒนาได้อีกมาก เนื่องด้วยมีแรงงานเพียงพอที่จะรองรับตลาดด้านนี้

ดังนั้น จากการเปิดเสรีการค้าบริการอาเซียน ทำให้ประเทศสมาชิกต่างเร่งพัฒนาศักยภาพบุคลากรวิชาชีพสาขาต่าง ๆ เพื่อคว้าโอกาสการเติบโตในภาคธุรกิจบริการ สำหรับไทยต้องเร่งพัฒนาเมืองชายแดนที่ติดกับประเทศเพื่อนบ้านให้พร้อมรองรับนักท่องเที่ยวและลดข้อจำกัดที่เป็นอุปสรรคต่อการข้ามแดนของนักท่องเที่ยว ที่สำคัญหากมองด้านโอกาส อาเซียนกำลังจะกลายเป็นตลาดภาคบริการท่องเที่ยวที่ใหญ่เป็นอันดับต้น ๆ ของโลก สามารถสร้างรายได้เข้าสู่ภูมิภาคได้มหาศาล อาเซียนจึงต้องเร่งพัฒนาความร่วมมือเพื่อเป็นตลาดการค้าบริการท่องเที่ยวร่วมกัน ด้วยการสร้างความเชื่อมโยงเส้นทางการท่องเที่ยวระหว่างกันให้มากขึ้น ต้องมีความตั้งใจที่จะพัฒนาตลาดท่องเที่ยวไปพร้อมกัน โดยลดอุปสรรคด้วยการไม่ใช้กลยุทธ์ตัดราคาแข่งกันเอง เพื่อแบ่งปันรายได้จากการตลาดท่องเที่ยวและสร้างความยั่งยืนทางเศรษฐกิจร่วมกัน

 

…………………………………………….

Download

 

เรียบเรียงโดย

น้ำผึ้ง ทัศนัยพิทักษ์กุล

นักวิจัย

สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (ITD)

new.itd.or.th

ตีพิมพ์ : หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ Section : ASEAN+

ปีที่ 4 ฉบับที่ 175 วันอังคารที่ 27 มกราคม 2558

หน้า 1 คอลัมน์ “อาเซียน Business Forum”

Share :
Share on FacebookTweet about this on TwitterEmail this to someone