Home » Publication » เหลียวหลังแลหน้า อาเซียน 2015

เหลียวหลังแลหน้า อาเซียน 2015

ปี 1997 ผู้นำอาเซียนได้ให้การรับรองวิสัยทัศน์อาเซียน 2020 เพื่อกำหนดเป้าหมายว่าภายในปี 2020  อาเซียนจะเป็น (1) วงสมานฉันท์แห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (2) หุ้นส่วนเพื่อการพัฒนาอย่างมีพลวัต (3) การมุ่งปฏิสัมพันธ์กับประเทศภายนอก (4) ชุมชนแห่งสังคมที่เอื้ออาทร ต่อมาในปี 2003 ผู้นำอาเซียนได้ลงนามปฏิญญาว่าด้วยความร่วมมืออาเซียน โดยเห็นชอบให้จัดตั้งประชาคมอาเซียนซึ่งประกอบด้วย 3 เสาหลัก ได้แก่  ประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียน ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน และประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน และในปี 2015 นี้เป็นช่วงเวลาสำคัญเพราะประเทศสมาชิกได้ร่วมกันกำหนดให้วันที่ 31 ธันวาคม 2015 เป็นวันก้าวผ่านเข้าสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนอย่างเต็มรูปแบบ การขับเคลื่อนภูมิภาคนี้ให้ก้าวสู่ประชาคมอาเซียนยังต้องเดินหน้าต่อไปภายใต้ความท้าทายที่เกิดขึ้นตลอดเวลา

ในมิติประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ช่วงปี 2006 – 2013 อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจโดยรวมของอาเซียนอยู่ที่ร้อยละ 5.3 ซึ่งถือเป็นการเติบโตที่น่าพอใจภายใต้เศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ประเทศสมาชิกสามารถดำเนินงานตามพิมพ์เขียวประชาคมอาเซียนได้คะแนนร้อยละ 75.1 (ประเมินเมื่อเดือนมีนาคม 2013) ปัญหาสำคัญของการดำเนินงานภายใต้มิติประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน คือ กฎหมายภายในของประเทศที่เป็นอุปสรรคขัดขวางการเปิดเสรีการค้าและการลงทุนที่แท้จริง โดยเฉพาะการเปิดเสรีด้านการบริการที่มีความคืบหน้าน้อยมาก รวมทั้งการเกิดขึ้นของมาตรการกีดกันทางการค้าที่มิใช่ภาษีที่มีอย่างมากภายในประเทศสมาชิก

ภารกิจสำคัญของมิติประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหลังปี 2015 ที่ต้องดำเนินการ ได้แก่ การผลักดันให้อาเซียนเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายการผลิตและห่วงโซ่อุปทานโลก เน้นการลด/เลิกมาตรการกีดกันทางการค้าที่มิใช่ภาษี การอำนวยความสะดวกทางการค้า การเชื่อมโยงด้านกายภาพของอาเซียน การลงทุนเพื่อพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยี การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน การให้ความสำคัญกับการพัฒนาอย่างทั่วถึง การปฏิรูปกฎหมายและกฎระเบียบภายในประเทศ และเพิ่มการมีส่วนร่วมของภาคเอกชนให้มากขึ้น การมุ่งเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม การพัฒนาเทคโนโลยีสีเขียว ส่งเสริมการขยายตัวทางเศรษฐกิจแบบมีส่วนร่วมและการสร้างความเท่าเทียม ลดช่องว่างระดับการพัฒนาของประเทศสมาชิก รวมทั้งส่งเสริมให้เกิดกระบวนการระงับข้อพิพาทที่เป็นรูปธรรม

ในมิติด้านประชาคมการเมืองและความมั่นคง อาเซียนเผชิญกับความท้าทายสำคัญ คือ ความขัดแย้งในการอ้างสิทธิเหนือเขตแดนในทะเลจีนใต้ระหว่างจีนและประเทศสมาชิกอาเซียน นำไปสู่ความตึงเครียดในภูมิภาค ปัญหาภัยธรรมชาติที่สร้างความเสียหายแก่ประเทศสมาชิก การแพร่ระบาดของโรคทั้งในมนุษย์และสัตว์ ปัญหาการก่อการร้าย การค้ามนุษย์ ทำให้ภายหลังจากปี 2015 ในมิติด้านการเมืองและความั่นคง อาเซียนต้องกำหนดท่าทีต่อประเทศมหาอำนาจนอกภูมิภาคด้วยความเป็นกลางให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนและแรงงาน ความร่วมมือด้านการจัดการภัยพิบัติ การเพิ่มบทบาทของอาเซียนในเวทีโลกในด้านความมั่นคงและการพัฒนาเพื่อบรรลุตามเป้าหมายการพัฒนาแห่งสหัสวรรษ (Millennium Development Goals: MDGs) ภายหลังปี 2015 หรือ MDG Post-2015 ของสหประชาชาติ (UN) ที่มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนทั่วไป พัฒนาสังคมและดูแลสิ่งแวดล้อมย่างยั่งยืน

ใมมิติด้านประชาคมสังคมและวัฒนธรรม อาเซียนได้ร่วมมือด้านแลกเปลี่ยนนักศึกษา การสร้างเครือข่ายสถาบันการศึกษาระดับมหาวิทยาลัย การพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนเพื่อให้เยาวชนอาเซียนเข้าใจและตระหนักถึงความสำคัญของประชาคมอาเซียน โดยภายหลังปี 2015 อาเซียนจะมุ่งเน้นการสร้างความตระหนักรู้ถึงความสำคัญของประชาคมอาเซียนต่อวิถีการดำรงชีวิตของประชาชนทั่วไป การสร้างการมีส่วนร่วมของภาคประชาสังคมต่อการดำเนินงานของอาเซียน และมุ่งสู่การรวมตัวที่มุ่งเน้นประชาชนเป็นศูนย์กลางมากขึ้น

ในปี 2015 นายกรัฐมนตรีมาเลเซียจะเข้ารับตำแหน่งประธานอาเซียน ซึ่งคาดว่ามาเลเซียจะมุ่งเน้นให้ประเทศสมาชิกร่วมมือกันบริหารนโยบายเศรษฐกิจมหภาคเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของบริบทนอกภูมิภาคที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง และคาดว่ามาเลเซียจะผลักดันการเปิดเสรีภาคการเงินให้ก้าวหน้ามากขึ้นและมีความเป็นไปได้ที่มาเลเซียจะเริ่มให้การเจรจาข้อตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน – สหภาพยุโรป เข้าสู่กระบวนการเจรจาใหม่อีกครั้ง

ในส่วนประเทศไทย นายกรัฐมนตรีไทยได้แถลงในการประชุมผู้นำอาเซียนเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2557 เร่งรัดให้อาเซียนเร่งพัฒนาการเชื่อมโยงทางกายภาพ ร่วมมือแก้ปัญหาอาชญากรข้ามชาติ การค้ามนุษย์ เร่งรัดการเจรจาเปิดเสรีการค้ากับประเทศคู่เจรจาให้แล้วเสร็จภายในปี 2015 และเสนอให้อาเซียนให้ความสำคัญกับการพัฒนาภาคการเกษตรให้มากขึ้น

อาเซียนถือเป็นภูมิภาคที่มีศักยภาพสูงด้านเศรษฐกิจ เนื่องจากมีประชากรประมาณ 600 ล้านคน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชนชั้นกลางและอยู่ในวัยแรงงาน มีทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ ดังนั้น การมุ่งสู่การเป็นประชาคมอย่างเต็มรูปแบบภายใต้ความหลากหลาย ทั้งพื้นฐานเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม จึงเป็นความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ การชับเคลื่อนวิสัยทัศน์อาเซียนหลังปี 2015 ให้ประสบความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม ผู้นำประเทศสมาชิกจำเป็นต้องตระหนักและให้ความสำคัญอย่างจริงใจ คำนึงถึงผลประโยชน์ของภูมิภาคร่วมกัน  ต้องมีแผนการปฏิบัติงานที่เป็นรูปธรรมตามระยะเวลาที่เหมาะสม รวมทั้งต้องมีการประเมินผลการดำเนินงานอย่างสม่ำเสมอและนำเสนอเป็นตัวชี้วัดให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรมทั้ง 3 เสาหลัก เพื่อจะได้ปรับปรุงแผนการดำเนินงานให้สอดคล้องกับทั้งบริบทภายในและภายนอกภูมิภาคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

…………………………………………….

Download

 

เรียบเรียงโดย

วิมล  ปั้นคง 

ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาองค์ความรู้  

สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (ITD)

new.itd.or.th

ตีพิมพ์ : หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ Section : ASEAN+

ปีที่ 4 ฉบับที่ 177 วันอังคารที่ 10 กุมภาพันธ์ 2558

หน้า 1 คอลัมน์ “อาเซียน Business Forum”

Share :
Share on FacebookTweet about this on TwitterEmail this to someone