Home » Publication » แนวทางปรับตัวของธุรกิจให้บริการขนส่งและโลจิสติกส์ไทย

แนวทางปรับตัวของธุรกิจให้บริการขนส่งและโลจิสติกส์ไทย

ธุรกิจให้บริการขนส่งและโลจิสติกส์เป็นสาขาบริการด้านการขนส่งภายใต้การเร่งรัดเปิดเสรีตามกรอบความตกลงการค้าบริการของอาเซียน (ASEAN Framework Agreement on Service: AFAS) มีเป้าหมายสำคัญ คือ การลด ยกเลิก กฎระเบียบหรือมาตรการที่เป็นอุปสรรคต่อการให้บริการตามความตกลง AFAS กำหนดให้นักลงทุนสัญชาติอาเซียนสามารถถือหุ้นในประเทศสมาชิกได้ถึงร้อยละ 70 ในปี 2556 แม้ว่าการปฎิบัติตามความตกลง AFAS ต้องล่าช้าออกไป เพราะสมาชิกประเทศสมาชิกอาเซียนส่วนใหญ่รวมทั้งประเทศไทยยังมีกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อการเข้าสู่ตลาดของนักลงทุนต่างชาติ แต่คาดว่าในอนาคต ธุรกิจให้บริการขนส่งและโลจิสติกส์ต้องทยอยเปิดเสรีมากขึ้น จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้ประกอบการไทยต้องเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับโอกาสและความท้าทายที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

ช่วง 2 – 3 ปีที่ผ่านมา ธุรกิจให้บริการขนส่งและโลจิสติกส์ไทยต้องเผชิญกับการแข่งขันและความเสี่ยงสูงขึ้น อันเป็นผลกระทบต่อเนื่องจากการที่ภาคการผลิตและภาคบริการของไทยต้องปรับตัวรองรับการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้น ประกอบกับต้องเผชิญกับภาวะการขาดแคลนแรงงานและค่าจ้างแรงงานที่สูงขึ้น เมื่อผนวกรวมกับสถานการณ์ที่ธุรกิจบริการขนส่งและโลจิสติกส์ไทยส่วนใหญ่เป็นกิจการขนาดกลางและขนาดเล็กที่ยังขาดองค์ความรู้และศักยภาพในหลายด้าน ทั้งด้านการบริหารจัดการ การตลาด เทคโนโลยี การบริหารบุคลากร รวมทั้งยังต้องเผชิญกับการขาดแคลนเงินทุน จึงส่งผลให้ความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจให้บริการขนส่งและโลจิสติกส์ไทยมีแนวโน้มลดลง ทั้งนี้ส่วนหนึ่งสะท้อนได้จากคะแนนดัชนีความสามารถด้านโลจิสติกส์ของประเทศที่จัดทำโดยธนาคารโลก (World Bank) โดยปี 2553 ไทยได้รับการจัดอยู่ในกลุ่ม Logistics friendly  เช่นเดียวกับสิงคโปร์และมาเลเซีย แต่ในปี 2557 ไทยได้รับการลดการจัดกลุ่มให้มาอยู่ในกลุ่ม Consistent friendly ขณะที่สิงคโปร์และมาเลเซียยังคงได้รับการจัดอยู่ในกลุ่ม Logistics friendly เช่นเดิม

ปัญหาที่ผู้ประกอบการธุรกิจให้บริการขนส่งและโลจิสติกส์ไทยต้องประสบที่สำคัญ ประกอบด้วย กลุ่มขนส่งประสบปัญหามีกำลังการขนส่งที่เกินความจำเป็นและมีรถที่ทำงานไม่เต็มประสิทธิภาพ เผชิญกับการแข่งขันด้านราคาขนส่งรุนแรง ขาดมาตรฐานธุรกิจ ขาดเทคโนโลยีที่ทันสมัย ไม่มีการพัฒนาไปสู่ลูกค้าใหม่  กลุ่มคลังสินค้าและการกระจายสินค้า ประสบปัญหาระบบการบริหารจัดการไม่มีประสิทธิภาพ กลุ่มบรรจุหีบห่อสินค้า ประสบปัญหาขาดแคลนพนักงานที่มีทักษะ ต้องพึ่งพาวัตถุดิบนำเข้าจากต่างประเทศซึ่งมีต้นทุนสูง ขาดความชำนาญในการจัดการเทคโนโลยี กลุ่มตัวแทนรับจัดการขนส่ง ประสบปัญหาไม่สามารถเข้าถึงตลาดเป้าหมาย ขาดความพร้อมด้านเทคนิคการบริหารจัดการ ขาดปัจจัยส่งเสริมด้านการลงทุน มีการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้น้อย และปัญหาที่สำคัญ คือ ผู้ให้บริการส่วนใหญ่ของไทยเป็นผู้รับเหมาช่วงให้กับผู้ให้บริการต่างชาติอีกทอดหนึ่ง จึงไม่มีอำนาจต่อรองด้านราคาให้บริการ

การพัฒนาการธุรกิจให้บริการขนส่งและโลจิสติกส์ไทยต้องดำเนินการในหลายมิติ ทั้งการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศอย่างครบวงจร การปรับปรุงกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง แต่ปัจจัยสำคัญที่สามารถชี้ขาดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจให้บริการขนส่งและโลจิสติกส์ไทย คือ การพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการไทย โดยมีแนวทางการพัฒนาและปรับตัวเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างโอกาสในการขยายธุรกิจ ดังต่อไปนี้

          การเข้าใจความต้องการของลูกค้าและสามารถตอบสนองได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว และทันสมัย ในราคาที่แข่งขันได้ โดยต้องเร่งพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวก เครื่องมือ อุปกรณ์ และพัฒนาบุคลากร ให้มีภาพลักษณ์ทางกายภาพที่ลูกค้าพึงพอใจ ปรับปรุงกระบวนการสั่งซื้อสินค้า บริการให้ง่ายและรวดเร็วมากขึ้น ยกระดับความรวดเร็วด้านเอกสารและการตอบสนองข้อร้องเรียนของลูกค้า พัฒนาระบบการบริหารข้อมูลและเทคโนโลยีสารสนเทศให้มีความเชื่อมโยงระหว่างผู้ส่งมอบและลูกค้า

         การเน้นลูกค้ากลุ่มตลาดที่ชัดเจนและการสร้างความเชี่ยวชาญในการให้บริการรายสาขา ผู้ประกอบการต่างชาติในประเทศไทยเป็นผู้ประกอบการที่มีชื่อเสียงและประสบการณ์ในการให้บริการมาเป็นเวลานาน จึงมีระบบการบริหารจัดการที่ดี รวมทั้งมีเครือข่ายหรือขอบเขตการให้บริการกว้างขวางทั่วโลก ขณะที่ผู้ประกอบการไทยส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มขนส่งจึงมีความเข้าใจขอบเขตการให้บริการโลจิสติกส์อย่างจำกัด และมีเพียงส่วนน้อยที่สามารถพัฒนาตนเองให้สามารถให้บริการอย่างครบวงจรได้ ผู้ประกอบไทยต้องสร้างความได้เปรียบในเชิงการแข่งขัน โดยการใช้กลยุทธ์การมุ่งเน้นกลุ่มเป้าหมายเฉพาะด้วยการสร้างความเข้าใจ ความต้องการของลูกค้าและมีความเชี่ยวชาญในการให้บริการด้านนั้น ๆ อย่างแท้จริง

          การกำหนดมาตรฐานการปฏิบัติด้านโลจิสติกส์ที่ชัดเจน โดยจัดทำคู่มือมาตรฐานการปฏิบัติงานด้านโลจิสติกส์ ให้เป็นเอกสารแนะนำวิธีการปฏิบัติงานต่าง ๆ เพื่อให้ผลการปฏิบัติงานมีมาตรฐาน มีความถูกต้องและมีความน่าเชื่อถือ ลดการปฏิบัติงานที่ผิดพลาด และใช้เป็นคู่มือการฝึกอบรมพนักงาน

          การสร้างพันธมิตรทางธุรกิจและการรวมกลุ่มทางธุรกิจ ถือเป็นทางออกสำหรับผู้ประกอบการไทยที่จะทำให้รอดพ้นจากแรงกดดันด้านลบที่เกิดขึ้นจากผู้ประกอบการต่างชาติและความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของผู้รับบริการ ควรเน้นการสร้างความแข็งแกร่งในการให้บริการจากการรวมกลุ่มตามธรรมชาติของผู้ประกอบการ สร้างประสิทธิภาพสูงสุดจากทรัพยากรที่มีอยู่โดยไม่ต้องลงทุนเพิ่ม เพื่อนำไปสู่การลดต้นทุนการให้บริการ สร้างอำนาจต่อรองและเพิ่มโอกาสในการประกอบธุรกิจ ตอบสนองความต้องการของลูกค้า เพื่อความอยู่รอดจากการแข่งขันที่จะเพิ่มขึ้นจากการเปิดเสรีภายใต้กรอบความตกลง AFAS รวมทั้งการเปิดเสรีกรอบอื่น ๆ ทั้งนี้ผู้สนใจสามารถศึกษารายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ เรี่อง การแสวงหาประโยชน์และโอกาสจากการค้าบริการอาเซียนในภาคธุรกิจให้บริการขนส่งและโลจิสติกส์ ได้ที่สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (องค์การมหาชน)

…………………………………………….

 

Download

 

เรียบเรียงโดย

วิมล  ปั้นคง

ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาองค์ความรู้

สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (ITD)

new.itd.or.th

ตีพิมพ์ : หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ Section : ASEAN+

ปีที่ 4 ฉบับที่ 189 วันอังคารที่ 5 พฤษภาคม 2558

หน้า 1 คอลัมน์ “อาเซียน Business Forum”

Share :
Share on FacebookTweet about this on TwitterEmail this to someone