Home » Publication » โอกาสการค้าชายแดนไทย (1)

โอกาสการค้าชายแดนไทย (1)

สถานการณ์ที่เศรษฐกิจประเทศพัฒนาแล้วทั้งสหรัฐฯ สหภาพยุโรป และญี่ปุ่น ยังไม่ส่งสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจน การค้าขายกับประเทศเพื่อนบ้านในรูปการค้าชายแดนและการค้าข้ามแดนเป็นความหวังสำคัญในการขับเคลื่อนการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศไทย แม้ว่าปัจจุบันมูลค่าการค้าชายแดนและการค้าข้ามแดนมีสัดส่วนเพียงประมาณร้อยละ 6 ของมูลค่าการค้าระหว่างประเทศทั้งหมดของไทย แต่เมื่อประเมินศักยภาพของประเทศเพื่อนบ้านทั้งเมียนมาร์ สปป.ลาว เวียดนาม และกัมพูชา ซึ่งเศรษฐกิจกำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด ประกอบกับรัฐบาลของประเทศเพื่อนบ้านเหล่านี้ไนโยบายส่งเสริมการค้าการลงทุนอย่างชัดเจนและต่อเนื่อง หากเราสามารถขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การค้าชายแดนและพัฒนาเศรษฐกิจภูมิภาคตามนโยบายที่รัฐบาลประกาศได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีความต่อเนื่องแล้ว ในอนาคตอันใกล้การค้าชายแดนจะมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยทดแทนตลาดประเทศพัฒนาแล้วได้อย่างแน่นอน

ทั้งนี้ตัวเลขการค้าชายแดนและการค้าข้ามแดนกับประเทศบ้านของไทยตั้งแต่เดือนมกราคม – กันยายน 2557 มีมูลค่ารวม 7.25 แสนล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 6.53 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มีมูลค่าการค้ากับประเทศมาเลเซียเป็นอันดับ 1 มูลค่ารวม 3.80 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 53 ของมูลค่าการค้าชายแดนทั้งหมด รองลงมาเป็นเมียนมาร์ มีมูลค่ารวม 1.52 แสนล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 21 ของมูลค่าการค้าชายแดนทั้งหมด อันดับ 3 เป็น สปป.ลาว มีมูลค่ารวม 1.10 แสนล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ15 ของมูลค่าการค้าชายแดนทั้งหมด อันดับ 4 เป็นกัมพูชา มีมูลค่ารวม 8.18 หมื่นล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 11 ของมูลค่าการค้าชายแดนทั้งหมด นอกจากนี้ไทยยังมีการค้าข้ามแดนไปสิงคโปร์ เวียดนาม รวมทั้งจีนตอนใต้ด้วย สินค้าส่งออกที่สำคัญ ได้แก่ น้ำมันเชื้อเพลิง ยางพาราและผลิตภัณฑ์ รถยนต์ อุปกรณ์และชิ้นส่วน เครื่องคอมพิวเตอร์ อาหารและเครื่องดื่ม โดยในปี 2557 กระทรวงพาณิชย์ตั้งเป้ายอดการค้าชายแดนและข้ามแดนรวมไว้ที่ 1.05 ล้านล้านบาท

หากพิจารณาจากบริบทสภาพแวดล้อมที่เกี่ยวข้องทั้งด้านเศรษฐกิจและนโยบายต่าง ๆ รวมทั้ง ความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน คาดว่ามูลค่าการค้าชายแดนปี 2557 จะสามารถบรรลุเป้าหมายตามที่กระทรวงพาณิชย์กำหนดไว้ เพราะรัฐบาลปัจจุบันให้ความสำคัญกับการค้าชายแดนและเศรษฐกิจภูมิภาคค่อนข้างมาก โดยได้กำหนดแผนและงบประมาณทั้งการพัฒนากายภาพของด่านศุลกากร การยกระดับด่านชั่วคราวเป็นด่านถาวร การประกาศจัดตั้งเขตเศรษฐกิจตามแนวชายแดน และการเร่งรัดปรับปรุงแก้ไขกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการค้าชายแดน ปัจจัยเหล่านี้ได้สร้างความเชื่อมั่นให้นักธุรกิจของประเทศเพื่อนบ้าน ส่งผลให้การติดต่อค้าขายดำเนินไปด้วยความราบรื่นและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

…………………………………………….

Download

 

เรียบเรียงโดย

วิมล  ปั้นคง 

ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาองค์ความรู้ 

สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (ITD)

new.itd.or.th

ตีพิมพ์ : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ Section : ธุรกิจ-ตลาด/ประชาคมอาเซียน

ปีที่ 12 ฉบับที่ 4334 วันศุกร์ที่ 19 ธันวาคม 2557

หน้า B16 (ซ้าย) คอลัมน์ “เซียนอาเซียน”

Share :
Share on FacebookTweet about this on TwitterEmail this to someone