Home » Publication » CSR : หัวใจสู่ความสำเร็จธุรกิจอาเซียน

CSR : หัวใจสู่ความสำเร็จธุรกิจอาเซียน

เหลือเวลาอีกเพียงปีเศษ 10 ชาติสมาชิกอาเซียนจะก้าวสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) อย่างสมบูรณ์ ในด้านการเปิดเสรีทางเศรษฐกิจ อาเซียนดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้มีการเคลื่อนย้ายสินค้า บริการ การลงทุน และแรงงานมีฝีมืออย่างเสรี และให้เงินทุนไหลเวียนเสรีมากขึ้น เพื่อบรรลุเป้าหมายการเป็นตลาดและฐานการผลิตเดียวกัน โดยสร้างขีดความสามารถการแข่งขันทางเศรษฐกิจ รวมทั้งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นและปรับประสานนโยบายที่จะสนับสนุนการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจมากขึ้น

อาเซียนได้ส่งเสริมการพัฒนาดำเนินธุรกิจของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) และเสริมสร้างสมรรถนะของประเทศสมาชิกอาเซียนใหม่ ได้แก่ กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมาร์ และเวียดนาม หรือ CLMV ภายใต้ความริเริ่มเพื่อการรวมกลุ่มของอาเซียน (Initiative for ASEAN Integration: IAI) เช่น การลดช่องว่างการพัฒนาทางเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศ CLMV โดยพยายามแก้ปัญหาความยากจนและเสริมสร้างขีดความสามารถทางการแข่งขัน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างเท่าเทียมระหว่างสมาชิกอาเซียนเดิมและสมาชิกอาเซียนใหม่

อย่างไรก็ตามการที่ประเทศสมาชิกอาเซียนจะพัฒนาให้เจริญก้าวหน้าไปพร้อมกันนั้น มิใช่เพียงคำนึงถึงด้านการเติบโตทางเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องพัฒนาด้านอื่น ๆ ไปพร้อมกัน ทั้งการพัฒนาเพื่อเป็นประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียน (APSC) และประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน (ASCC) เพื่อให้ชาติสมาชิกมีความเข้าใจอันดีต่อกัน รักษาสันติภาพ เสถียรภาพ และความมั่นคงทางการเมือง รวมถึงพัฒนาสังคมและวัฒนธรรมเพื่อการกินดีอยู่ดีของประชาชนอาเซียนบนพื้นฐานของความเสมอภาคและผลประโยชน์ร่วมกัน

ดังนั้น ตามแผนงานเพื่อการเป็นประชาคมอาเซียน (AC) การดำเนินงานของทั้ง 3 ประชาคมจึงเกื้อหนุนต่อกัน ตัวอย่างหนึ่งที่สำคัญ เช่น แผนงานของ ASCC ที่ระบุถึงการรักษาสิทธิและความยุติธรรมทางสังคม โดยส่งเสริมเรื่องการรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กรธุรกิจ (Corporate Social Responsibility) หรือที่เรียกกันโดยทั่วไปว่า CSR นั้น เป็นการแสดงถึงความพยายามของอาเซียนที่ต้องการให้ภาคธุรกิจอาเซียนที่เข้าไปดำเนินธุรกิจต้องคำนึงถึงข้อนี้เป็นสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อสมาชิกอาเซียนใหม่ที่เพิ่งเริ่มเปิดเสรีทางเศรษฐกิจ เพื่อให้ประเทศเหล่านั้นสามารถพัฒนาได้ทันเท่าเทียมกับชาติสมาชิกเดิมและพัฒนาอย่างยั่งยืนไปพร้อมกัน  

การส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กรธุรกิจ (CSR) เป็นการดำเนินกิจกรรมภายในและภายนอกองค์กรภายใต้หลักจริยธรรมและการจัดการที่ดี โดยคำนึงถึงการรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งเเวดล้อมทั้งในระดับใกล้ เช่น ภายในองค์กร ลูกค้า และคู่ค้า และระดับไกล คือ ภายนอกองค์กร ประชาชนทั่วไป คู่แข่งขันทางธุรกิจ และระบบนิเวศโดยรวม เพื่อนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน โดยสถาบันไทยพัฒน์ หนึ่งในองค์กรที่เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ข่าวสารเครือข่ายธุรกิจร่วมรับผิดชอบต่อสังคมไทย (Thai CSR Network) ได้ยกตัวอย่างความรับผิดชอบต่อสังคมของกิจการที่น่าสนใจ

เช่น ในระดับของผู้บริหารหรือกรรมการบริษัท ต้องดำเนินธุรกิจที่รับผิดชอบต่อสังคมโดยการส่งเสริมให้มีการกำกับดูแลกิจการที่ดี มีระบบการบริหารจัดการและกำหนดค่าตอบแทนที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ เป็นต้น ในระดับของลูกค้าและผู้บริโภค ต้องมีความรับผิดชอบในผลิตภัณฑ์ต่อผู้บริโภค ให้บริการลูกค้าอย่างตรงไปตรงมา ให้ข้อมูลขององค์กรและตัวผลิตภัณฑ์อย่างเพียงพอและถูกต้องเที่ยงตรง ปกป้องสุขภาพและความปลอดภัยของผู้บริโภค ยุติข้อโต้แย้งและข้อร้องเรียนของผู้บริโภค

ในระดับของชุมชนและสภาพแวดล้อม ต้องให้การสงเคราะห์เกื้อกูลชุมชนที่องค์กรตั้งอยู่ ส่งเสริมแรงงานท้องถิ่นให้มีโอกาสในตำแหน่งงานต่าง ๆ ในองค์กร สนับสนุนแนวทางระแวดระวังในการดำเนินงานที่อาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและการเปิดเผยข้อมูลการดำเนินงานที่อาจส่งผลกระทบต่อชุมชน รวมถึงการเรียนรู้วัฒนธรรมท้องถิ่นเพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างปกติสุข

ในระดับของประชาสังคม ได้แก่ การสร้างความร่วมมือระหว่างกลุ่มหรือเครือข่ายอื่น ๆ ในการพัฒนาสังคม การตรวจตราดูแลมิให้กิจการเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการล่วงละเมิดสิทธิมนุษยชน และการรับฟังข้อมูลหรือทำประชาพิจารณ์ต่อการดำเนินกิจการที่ส่งผลกระทบต่อสังคมโดยรวม ในระดับของคู่แข่งขันทางธุรกิจ เช่น การแข่งขันอย่างเป็นธรรม การดูแลกิจการมิให้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการแข่งขันด้วยวิธีการทุ่มตลาด การกลั่นแกล้งหรือใช้อิทธิพลในการกีดกันเพื่อมิให้เกิดการแข่งขัน เป็นต้น

ทั้งนี้ สำหรับประเทศไทยได้ให้ความสำคัญเรื่องความรับผิดชอบต่อสังคมมากขึ้น โดยในระดับภาครัฐ หน่วยงานที่รับผิดชอบดูแลในภาพกว้างต่อการส่งเสริมให้มี CSR ตามแผนงาน ASCC ได้แก่ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งดำเนินการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการในระดับภูมิภาค แต่รัฐบาลไทยยังไม่ได้มีการมอบหมายให้หน่วยงานใดรับผิดชอบอย่างเป็นทางการ อย่างไรก็ตาม ภาคเอกชน เช่น ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และองค์กรธุรกิจได้ดำเนินการด้านนี้มาอย่างต่อเนื่อง

โดยในปี 2550 ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้ก่อตั้งสถาบันธุรกิจเพื่อสังคม หรือ CSRI (Corporate Social Responsibility Institute) และในปี 2552 ได้ก่อตั้ง CSR club ซึ่งถือว่าเป็นกลไกเครือข่ายความรับผิดชอบต่อสังคมที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย และได้เป็นตัวแทนในการร่วมก่อตั้งเครือข่ายความรับผิดชอบต่อสังคมอาเซียนของภาคเอกชน หรือ ASEAN CSR Network ในปี 2554 โดยมีสมาชิกผู้ก่อตั้งจากมูลนิธิอาเซียน (ASEAN Foundation) และองค์กรธุรกิจจากชาติสมาชิกอาเซียน 5 ประเทศ ได้แก่ เครือข่ายธุรกิจอินโดนีเซีย (Indonesia business links) หอการค้าระหว่างประเทศมาเลเซีย (International Chamber of Commerce, Malaysia) สมาพันธ์ธุรกิจฟิลิปปินส์ (League of Corporate Foundations, Philippines) เครือข่ายด้านความรับผิดชอบต่อสังคมของบริษัทจดทะเบียนไทย (CSR club of Thai listed Companies Association) และเครือข่ายความรับผิดชอบต่อสังคมของภาคเอกชนสิงคโปร์ (Singapore compact for CSR) ล่าสุดเครือข่ายได้จดทะเบียนจัดตั้งเป็นบริษัท ASEAN CSR Network Ltd. ในสิงคโปร์

ปัจจุบันมีหลายบริษัทขนาดใหญ่ที่เข้าไปประกอบธุรกิจในอาเซียนได้ดำเนินการด้าน CSR ควบคู่ไปพร้อมกันแล้ว แต่สำหรับ SMEs ยังไม่ได้ดำเนินการมากนัก สาเหตุอาจมาจากต้องใช้ต้นทุนสูง อย่างไรก็ตาม การดำเนินการ CSR ในทุก ๆ กิจกรรมของธุรกิจเป็นหัวใจสู่ความสำเร็จด้านการค้าและการลงทุนในอาเซียน เพราะนอกจากจะช่วยสร้างความสัมพันธ์อันดีต่อการเข้าไปประกอบธุรกิจและได้รับการส่งเสริมการลงทุนมากขึ้น ซึ่งส่งผลดีต่อความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนและการรักษาสิ่งแวดล้อมของอาเซียนแล้ว ที่สำคัญยังเป็นการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจต่อกันได้อีกทางหนึ่งด้วย เพื่อนำไปสู่การรวมตัวเป็นประชาคมที่สมบูรณ์ในที่สุด

 

…………………………………………….

Download

 

เรียบเรียงโดย

น้ำผึ้ง ทัศนัยพิทักษ์กุล

นักวิจัย

สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (ITD)

new.itd.or.th

ตีพิมพ์ : หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ Section : ASEAN+

ปีที่ 3 ฉบับที่ 156 วันอังคารที่ 16 กันยายน 2557

หน้า 1 คอลัมน์ “อาเซียน Business Forum” 

Share :
Share on FacebookTweet about this on TwitterEmail this to someone