บทความวิชาการ
view 142 facebook twitter mail

เมื่อเจลาโตและไอศกรีมพรีเมียมกำลังเติบโตในอาเซียนและตลาดโลก

เกี่ยวกับเอกสาร

ไอศกรีมถือเป็นของหวานที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคทุกช่วงวัย โดยในปัจจุบัน ไอศกรีมมีให้เลือกหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่ไอศกรีมแท่งที่มีเนื้อสัมผัสแบบน้ำแข็ง ไอศกรีมเนื้อครีมมี่ ซอฟต์เสิร์ฟ ไปจนถึงไอศกรีมเนื้อเชอร์เบตที่ให้สัมผัสและรสชาติแตกต่างกันออกไป

ความหลากหลายของประเภทและเนื้อสัมผัสทำให้ไอศกรีมไม่ได้เป็นเพียงของหวานชนิดเดียว หากแต่เป็นตลาดที่มีผลิตภัณฑ์หลากหลาย ตั้งแต่สินค้าราคาจับต้องได้ไปจนถึงไอศกรีมระดับพรีเมียม ซึ่งมีความแตกต่างกันทั้งในด้านวัตถุดิบ กระบวนการผลิต เนื้อสัมผัส และระดับราคา

หนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่นในตลาดไอศกรีมระดับพรีเมียม คือ “เจลาโต” (Gelato) ไอศกรีมสไตล์อิตาลีที่มีจุดเด่นด้านเนื้อสัมผัสเข้มข้น เนียนนุ่ม และหนืดกว่าผลิตภัณฑ์ไอศกรีมทั่วไป พร้อมรสชาติที่เข้มข้นและชัดเจน

เจลาโตมีต้นกำเนิดจากประเทศอิตาลี โดยคำว่า “Gelato” ในภาษาอิตาลีมีความหมายโดยทั่วไปว่า “ไอศกรีม” และมีรากศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับความหมายว่า “แช่แข็ง” อย่างไรก็ตาม ในภาษาอังกฤษ คำว่า Gelato มักถูกนำมาใช้เพื่ออธิบายไอศกรีมสไตล์อิตาลีที่มีลักษณะเฉพาะ ทั้งในด้านส่วนผสม กระบวนการผลิต และเนื้อสัมผัสที่แตกต่างจากไอศกรีมทั่วไป

ในด้านตลาด อุตสาหกรรมเจลาโตมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลจาก Strategy and Stats Insider Gelato Market Report ระบุว่า ในปี 2025 ตลาดเจลาโตทั่วโลกมีมูลค่ามากกว่า 27.39 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 29.18 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2026 สะท้อนให้เห็นถึงการขยายตัวอย่างต่อเนื่องของตลาดไอศกรีมและของหวานระดับพรีเมียม

ตลาดเจลาโตมีการกระจายตัวอยู่ในหลายภูมิภาคทั่วโลก โดยตลาดอเมริกาเหนือมีมูลค่าประมาณ 5.01 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2025 และคาดว่าจะเติบโตขึ้นเป็น 9.45 พันล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2035 โดยมีแบรนด์ระดับสากล เช่น Talenti และ Häagen-Dazs เป็นหนึ่งในผู้เล่นสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนตลาดในภูมิภาค

ขณะที่ยุโรปยังคงเป็นตลาดหลักของอุตสาหกรรมเจลาโต โดยในปี 2025 ภูมิภาคยุโรปมีสัดส่วนประมาณ 43% ของรายได้ตลาดเจลาโตทั่วโลก โดยเฉพาะประเทศอิตาลีซึ่งถือเป็นตลาดต้นกำเนิดและเป็นศูนย์กลางสำคัญของวัฒนธรรมเจลาโต ปัจจุบันอิตาลีมีร้านเจลาโตแบบดั้งเดิมหรือ artisanal gelaterie มากกว่า 39,000 แห่ง ประกอบกับการบริโภคภายในประเทศที่แข็งแกร่งและจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่สูง ทำให้ตลาดเจลาโตของอิตาลียังคงมีศักยภาพในการเติบโตอย่างต่อเนื่อง

เมื่อขยับเข้ามาสู่ภูมิภาคอาเซียน ตลาดเจลาโตและไอศกรีมก็มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่องไม่แพ้ภูมิภาคอื่น โดยข้อมูลจาก ThaiFEX – Horec Asia ระบุว่า ตลาดเจลาโตและไอศกรีมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีมูลค่าประมาณ 7,172.68 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2022 และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 9,529.27 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2028

อย่างไรก็ตาม ตลาดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังมีลักษณะค่อนข้างกระจัดกระจาย แม้จะมีผู้เล่นรายใหญ่ระดับโลกและระดับภูมิภาค เช่น Nestlé, Lotte Corporation, General Mills และ Unilever แต่ตลาดยังไม่มีผู้ประกอบการรายใดที่สามารถครองส่วนแบ่งตลาดได้อย่างเบ็ดเสร็จ ลักษณะดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงการแข่งขันที่เปิดกว้าง และโอกาสสำหรับผู้ประกอบการรายใหม่ในการสร้างความแตกต่างผ่านผลิตภัณฑ์เฉพาะกลุ่ม โดยเฉพาะในตลาดเจลาโตและไอศกรีมระดับพรีเมียม

ผู้ประกอบการที่สามารถตอบสนองต่อเทรนด์ผู้บริโภคในเอเชียและอาเซียนได้อย่างรวดเร็ว เช่น รสชาติแปลกใหม่ หรือแม้แต่นวัตกรรมด้านการผลิตที่สร้างเนื้อสัมผัสใหม่ ๆ เช่น ไอศกรีมที่มีความเนียนนุ่มและเข้มข้น ก็มีโอกาสสร้างความแตกต่างและความได้เปรียบในการแข่งขันในตลาดที่กำลังเติบโตได้ นอกจากนี้ สภาพภูมิอากาศที่ร้อนตลอดทั้งปีในหลายประเทศของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังเป็นปัจจัยสนับสนุนให้ความต้องการบริโภคไอศกรีมเติบโตอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ภูมิภาคนี้ยังคงเป็นตลาดที่มีศักยภาพสำหรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการลงทุนในอนาคต

จะเห็นได้ว่า ตลาดไอศกรีมซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม (Food and Beverage) ยังคงมีช่องทางและโอกาสทางธุรกิจอีกมาก โดยเฉพาะสำหรับผู้ประกอบการที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคและสร้างความแปลกใหม่ให้กับผลิตภัณฑ์ ในบางกรณี การบริโภคไอศกรีมอาจเป็นเพียงประสบการณ์ครั้งเดียวที่จบลงหลังการบริโภค แต่ในอีกด้านหนึ่ง ไอศกรีมก็สามารถกลายเป็น “Signature” ของแบรนด์ที่สร้างความประทับใจและทำให้ผู้บริโภคกลับมาซื้อซ้ำได้ ความสำเร็จจึงขึ้นอยู่กับการวางตำแหน่งของแบรนด์ (Brand Positioning) ว่าต้องการสร้างความแตกต่างผ่านนวัตกรรม รสชาติ ความเข้าถึงได้ ราคา หรือความพรีเมียม และจะเกาะกระแสการเติบโตในภูมิภาคอย่างไร คือคำถามสำคัญ

ผู้เขียน
วรภัทร ดิษฐ์ป้าน
นักวิจัย
สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (ITD)
www.itd.or.th
ตีพิมพ์ : หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ Section : First Section/World Beat
ปีที่ 39 ฉบับที่ 13231 วันพุธที่ 19 สิงหาคม 2569
หน้า 8 (ล่างขวา) คอลัมน์ “Asean Insight”

งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง

Top