บทความวิชาการ
view 636 facebook twitter mail

ASEAN Single Window: กลไกขับเคลื่อนการลดต้นทุนการค้าในภูมิภาค

เกี่ยวกับเอกสาร

ต้นทุนทางการค้า (Trade Cost) เป็นปัจจัยสำคัญต่อภาคธุรกิจและความสามารถในการแข่งขันของประเทศ การลดต้นทุนทางการค้าถือเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง องค์การการค้าโลก (WTO) ชี้ว่าต้นทุนทางการค้าที่สูงจะส่งผลต่อความได้เปรียบเชิงเปรียบเทียบของประเทศหนึ่ง และขัดขวางการเข้าสู่หรือการก้าวอยู่ในห่วงโซ่มูลค่าระดับโลก รวมทั้งในระดับผู้ประกอบการที่จะเข้าถึงนวัตกรรมและเทคโนโลยีก็จะยากขึ้นไปอีก โดยต้นทุนทางการค้ามีหลายมิติ ทั้งจาก ต้นทุนการผลิตโดยตรง และที่สำคัญคือ ต้นทุนแฝง ซึ่งเกิดจากกระบวนการทางการค้าและการส่งออก เช่น ค่าใช้จ่ายด้านเอกสาร ขั้นตอนศุลกากร ความล่าช้า และค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ที่ซ่อนอยู่ และเป็นภาระที่ทำให้ต้นทุนรวมของภาคธุรกิจสูงขึ้น

            การลดต้นทุนด้านกระบวนการทางการค้า จำเป็นต้องอาศัยทั้งความร่วมมือระหว่างประเทศและการพัฒนากรอบกติกาที่ใช้ร่วมกัน ทั้งนี้ UNESCAP ได้ชี้ให้เห็นว่า การลดต้นทุนทางการค้าอย่างมีประสิทธิภาพควรมุ่งไปที่การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านสารสนเทศและเทคโนโลยี ซึ่งจะช่วยให้กระบวนการค้าระหว่างประเทศมีความสะดวก รวดเร็ว และโปร่งใสมากยิ่งขึ้น

            ในบริบทอาเซียน ประเทศสมาชิกได้สนับสนุนการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อช่วยลดต้นทุนด้านกระบวนการทางการค้า ตัวอย่างที่ชัดเจนคือการนำระบบ ASEAN Single Window (ASW) มาใช้ เพื่อลดอุปสรรคและอำนวยความสะดวกทางการค้า โดยประเทศสมาชิกมีข้อกำหนดในการพัฒนาระบบ National Single Window (NSW) ให้สอดคล้องและเชื่อมโยงกับ ASW ตามที่ระบุไว้ใน Article 49

นอกจากนี้ ตาม Article 5 ภายใต้ข้อตกลงว่าด้วยการจัดตั้งและดำเนินงาน ASEAN Single Window ยังได้กำหนดให้ประเทศสมาชิก (AMS) ต้องพัฒนาและดำเนินการ NSW ควบคู่ไปกับ ASW โดยอยู่บนพื้นฐานของการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อและสอดคล้องกับการดำเนินงานของ ASW เช่น การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและระบบ NSW ของแต่ละประเทศ ทั้งนี้ จุดมุ่งหมายของการจัดตั้ง ASEAN Single Window หลัก ๆ คือการอำนวยความสะดวกทางการค้าและเชื่อมโยงข้อมูลรวมทั้งการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบอิเล็กทรอนิกส์ ในการออกเอกสารและส่งผ่านข้อมูลต่าง ๆ

            แม้ว่าระบบ ASEAN Single Window (ASW) จะถูกนำมาใช้เป็นระยะเวลาหนึ่งแล้ว แต่แนวคิดดังกล่าวเริ่มต้นขึ้นภายใต้กรอบกลไก ASEAN Economic Community (AEC) ตั้งแต่ปี 2546 และต่อมาในปี 2548 ประเทศสมาชิกได้ร่วมกันลงนามใน ข้อตกลงว่าด้วย ASEAN Single Window เพื่อผลักดันการดำเนินงานให้เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น งานวิจัยหลายชิ้นได้ชี้ให้เห็นว่า ASW สามารถบรรลุเป้าประสงค์ในการส่งเสริมการค้าข้ามพรมแดนผ่านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี

โดยรายงานของ Yusof Ishak Institute ระบุว่า ASW มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมการแลกเปลี่ยนเอกสารทางการค้าในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ ช่วยเพิ่มการส่งออกของอาเซียนมากกว่า 102 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี และลดระยะเวลาในการส่งออกได้สูงถึง 98% ต่อปี ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดการลดต้นทุนทางการค้าที่เอื้อต่อการขยายตัวของมูลค่าการค้าในภูมิภาค ทั้งนี้ ความสำเร็จของ ASW ไม่เพียงแต่เกิดประโยชน์ต่ออาเซียนเท่านั้น แต่ยังรวมถึงประเทศที่อาเซียนมีข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) ผ่านการลดเวลาและต้นทุนทางการค้า

การศึกษาของกระทรวงการคลังประเทศอินโดนีเซียระบุว่า หลังจากการดำเนินงานของ ASEAN Single Window (ASW) ต้นทุนด้านเอกสารและค่าเสียโอกาสจากความล่าช้าในกระบวนการสามารถลดลงได้ถึง 15.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี อีกทั้งยังมองว่า การขยายผลและการพัฒนาระบบ ASW ต่อไป หรือแม้แต่ระบบที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน จะช่วยสนับสนุนการทำ Cross-Border Trade Paperless ซึ่งมีศักยภาพในการลดต้นทุนทางการค้าได้อย่างมีนัยสำคัญยิ่งขึ้น

            ประเทศไทยได้พัฒนาระบบ National Single Window (NSW) ให้สอดคล้องกับข้อกำหนดภายใต้ ASEAN Single Window Agreement โดยสามารถเชื่อมโยงกว่า 20 ประเทศ และ 39 หน่วยงานภาครัฐ เพื่อสนับสนุนกระบวนการนำเข้าและส่งออกผ่านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลอย่างครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นการยื่นขอใบอนุญาต การเชื่อมโยงข้อมูลการนำเข้า–ส่งออก ล้วนดำเนินการในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด

ล่าสุด ประเทศไทยได้เปิดตัวระบบ e-Phyto อย่างเป็นทางการร่วมกับประเทศออสเตรเลีย ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญในการเสริมศักยภาพการส่งออกสินค้าเกษตรไทยสู่ตลาดโลก ทั้งนี้ ระบบ NSW มุ่งเน้นการเชื่อมโยงข้อมูลในหลายมิติ ได้แก่ ความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับภาคธุรกิจ (G2B), ความร่วมมือระหว่างภาคธุรกิจกับภาคธุรกิจ (B2B) และความร่วมมือระหว่างรัฐกับรัฐ (G2G)

            โดยสรุป การลดต้นทุนทางการค้าผ่านการบูรณาการเทคโนโลยีเพื่อลดอุปสรรค เป็นแนวทางสำคัญในโลกปัจจุบันที่เทคโนโลยีมีบทบาทในทุกมิติ ภาคการค้าสามารถใช้เทคโนโลยีเพื่อลดขั้นตอน ลดเอกสารแบบ Hard Copy และเพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินธุรกรรม ช่วยให้การค้าโลกดำเนินต่อได้อย่างราบรื่น โปร่งใส และมีประสิทธิภาพ โดยไม่สร้างภาระเกินจำเป็น ดังเห็นได้จากกรณี ASEAN Single Window (ASW) ที่ส่งผลบวกต่อมูลค่าการค้าในภูมิภาค

อย่างไรก็ตาม ความร่วมมือระหว่างประเทศและการกำหนดมาตรฐานร่วม (harmonization) เป็นปัจจัยสำคัญในการออกแบบ ecosystem ลักษณะนี้ คำถามที่ท้าทายคือ จะสร้างความเป็นหนึ่งเดียวภายใต้ระบบการค้าระดับโลกที่หลากหลายทางเศรษฐกิจ การเมือง และเทคโนโลยีได้อย่างไรให้มีประสิทธิภาพและยั่งยืน

ผู้เขียน
วรภัทร ดิษฐ์ป้าน
นักวิจัย
สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (ITD)
www.itd.or.th
ตีพิมพ์ : หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ Section : First Section/World Beat
ปีที่ 38 ฉบับที่ 12976 วันพุธที่ 27 สิงหาคม 2568
หน้า 8 (ล่าง) คอลัมน์ “Asean Insight”

งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง

Top