เกี่ยวกับเอกสาร
ระบบการเงินด้านสภาพภูมิอากาศโลกกำลังเผชิญแรงกดดันอย่างหนัก เนื่องจากเงินทุนเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในปัจจุบันยังมีมูลค่าต่ำกว่าระดับที่จำเป็นต่อการบรรลุเป้าหมายตามข้อตกลงปารีส ประเทศกำลังพัฒนาต้องเผชิญอุปสรรคที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในการเข้าถึงเงินทุน ในมิติด้านต้นทุน ความเร็วในการลงทุน รวมทั้งมูลค่าที่วงเงินเพียงพอ ท่ามกลางภาระหนี้ที่สูงขึ้น ความผันผวนทางเศรษฐกิจ และการลดลงของความช่วยเหลือเพื่อการพัฒนาของประเทศพัฒนาแล้ว
ภายใต้บริบทเช่นนี้ บทบาทการนำของกลุ่ม BRICS อาจมอบทางเลือกที่เปลี่ยนแปลงได้จริง ลดการพึ่งพาการเงินและการเปลี่ยนแปลงนโยบายจากประเทศพัฒนาแล้ว และสามารถปรับโฉมภูมิทัศน์ด้านการเงินสำหรับการรับมือกับสภาพภูมิอากาศโลกผ่านวาระที่ขับเคลื่อนด้วยความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันและการประสานงานร่วมกัน
กลุ่มประเทศ BRICS ประกอบด้วย บราซิล รัสเซีย อินเดีย จีน และแอฟริกาใต้ ได้แสดงบทบาทเชิงรุกในเวทีโลก โดยเน้นการพัฒนาโครงสร้างทางการเงินที่สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว รายงานล่าสุดที่เผยแพร่โดย UNCTAD เดือน ส.ค. 2568 เรื่อง “A BRICS Agenda for Enhancing Climate Finance” ได้กล่าวถึง BRICS ที่เสนอวาระการเงินด้านสภาพภูมิอากาศฉบับใหม่ที่มีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถประเทศกำลังพัฒนาในการเข้าถึงแหล่งทุนอย่างเป็นธรรม ยั่งยืน และมีประสิทธิภาพ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนผ่านจากบทบาทผู้รับความช่วยเหลือ ไปสู่ผู้กำหนดทิศทางนโยบายในระดับสากล
สาระสำคัญของวาระดังกล่าวสามารถสรุปได้ใน 5 เสาหลัก ได้แก่ การเพิ่มแหล่งทุนด้านสภาพภูมิอากาศ การส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศกำลังพัฒนา การสร้างภูมิคุ้มกันต่อภาวะวิกฤต การสนับสนุนการปฏิรูปสถาบันการเงินระหว่างประเทศ และการเปลี่ยนบทบาทของการเงินจากเครื่องมือควบคุมมาเป็นกลไกส่งเสริมการพัฒนา รายงานนี้เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการจัดตั้งกลไกใหม่ และการใช้เครื่องมือการเงินที่เหมาะสมกับบริบทของประเทศกำลังพัฒนา เพื่อบรรลุเป้าหมายการลดการปล่อยคาร์บอนและเสริมสร้างความสามารถในการปรับตัว
ภายใต้บริบทของภูมิภาคอาเซียน แนวทางของ BRICS สามารถเป็นแบบอย่างในการพัฒนาระบบการเงินด้านสภาพภูมิอากาศ โดยเฉพาะการส่งเสริมบทบาทของธนาคารพัฒนาแห่งภูมิภาค เช่น ธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย (ADB) ซึ่งดำเนินการกองทุนการเงินสีเขียวของอาเซียน เป็นแผนงานที่บริหารจัดการโดย ADB เพื่อให้ความช่วยเหลือประเทศต่าง ๆ ในการลดและบรรเทาความเสี่ยงของผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม สำหรับประเทศไทย ควรผลักดันให้เกิดแพลตฟอร์มการเงินสีเขียวระดับประเทศที่เชื่อมโยงระหว่างนโยบายภาครัฐ กลไกตลาดการเงิน และนักลงทุน
นอกจากนั้น ประเทศไทยและอาเซียนสามารถเรียนรู้จากการริเริ่มของ BRICS ในการพัฒนาเครื่องมือทางการเงินเพื่อรับมือกับวิกฤต เช่น พันธบัตรภัยพิบัติ (Catastrophe bonds) หรือการจัดตั้งกลไกสำรองเงินทุนระดับภูมิภาค ซึ่งสามารถประยุกต์ใช้ในบริบทของความเสี่ยงภัยพิบัติที่ทวีความรุนแรงในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยต้องมีการเสริมสร้างบทบาทของธนาคารกลางและกระทรวงการคลังให้สามารถกำหนดนโยบายที่ยืดหยุ่นต่อสถานการณ์ฉุกเฉินโดยไม่ส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางการคลังระยะยาว
ข้อเสนอของ BRICS ในการปฏิรูประบบธรรมาภิบาลเศรษฐกิจโลกยังเป็นประเด็นที่ควรสนับสนุนในเวทีระดับนานาชาติ เช่น การปรับโครงสร้างสิทธิออกเสียงใน IMF และ Multilateral Development Banks (MDBs) โดย BRICS พยายามผลักดันให้ New Development Bank (NDB) เป็น “ธนาคารสีเขียว” ที่ตอบโจทย์ประเทศกำลังพัฒนา รวมถึงการพัฒนาระบบจัดอันดับเครดิตที่สะท้อนบริบทของประเทศกำลังพัฒนา และการใช้สกุลเงินท้องถิ่นในการทำธุรกรรมระหว่างประเทศ ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนและเพิ่มเสถียรภาพทางการเงินในระยะยาว
แนวทางของ BRICS ไม่ใช่เพียงการตอบโต้กับโครงสร้างที่ไม่เป็นธรรมของระบบการเงินโลกเดิมเท่านั้น แต่ยังเป็นความพยายามในการออกแบบระบบใหม่ที่ยืดหยุ่น ยั่งยืน และมีความเป็นธรรมมากขึ้น อาเซียนและประเทศไทยควรใช้โอกาสนี้ในการยกระดับบทบาทในเวทีระหว่างประเทศ พร้อมทั้งนำแนวคิดเชิงระบบของ BRICS มาปรับประยุกต์ใช้ให้สอดคล้องกับบริบทภายใน เพื่อวางรากฐานทางการเงินที่สามารถรับมือกับความท้าทายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ผู้เขียน
น้ำผึ้ง ทัศนัยพิทักษ์กุล
นักวิจัยอาวุโส
สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (ITD)
www.itd.or.th
ตีพิมพ์ : หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ Section : First Section/World Beat
ปีที่ 38 ฉบับที่ 12991 วันพุธที่ 17 กันยายน 2568
หน้า 8 (ซ้าย) คอลัมน์ “Asean Insight”




