บทความวิชาการ

นโยบายการค้า การปฏิรูป และการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ : กรณีศึกษาเวียดนาม

เกี่ยวกับเอกสาร

เวียดนามนับเป็นหนึ่งในกรณีศึกษาการปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจที่ประสบความสำเร็จอย่างโดดเด่นในภูมิภาคเอเชีย ภายในระยะเวลาเพียงสามทศวรรษ เวียดนามสามารถเปลี่ยนผ่านจากเศรษฐกิจวางแผนจากส่วนกลางแบบปิดที่พึ่งพาเกษตรกรรม ไปสู่การเป็นศูนย์กลางการผลิตและการบริการที่เชื่อมโยงกับห่วงโซ่อุปทานโลกอย่างมีประสิทธิผล ปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญประการหนึ่งคือการใช้ นโยบายการค้าและการลงทุน ร่วมกับการเข้าร่วมข้อตกลงการค้าเสรี (FTAs) เพื่อเป็นเครื่องมือผลักดันและผูกมัดการปฏิรูปเชิงสถาบันและกฎหมายภายในประเทศ

ปี 1986 เวียดนามเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจและการล่มสลายของพันธมิตรอย่างสหภาพโซเวียต ผู้นำเวียดนามตัดสินใจส่งสัญญาณปฏิรูปครั้งใหญ่ที่เรียกว่า “โด่ยเม้ย” (Doi Moi) เพื่อเปลี่ยนระบบเศรษฐกิจปิดไปสู่ระบบตลาดซึ่งถือเป็นก้าวแรกที่สามารถมีชัยชนะเหนือแรงต้านจากกลุ่มผลประโยชน์ภายในประเทศ  ปี 1995 เวียดนามสมัครเข้าเป็นสมาชิกเขตการค้าเสรีอาเซียน ต่อมาปี 2007 เมื่อเวียดนามเข้าเป็นสมาชิกลำดับที่ 150 ขององค์การการค้าโลกซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ

ในทางเศรษฐศาสตร์การเมืองมีทฤษฎีที่ชื่อว่า Commitment Theory หรือ “ทฤษฎีการสร้างข้อผูกมัด” รัฐบาลเวียดนามใช้การเข้าสมาชิก WTO เป็นเงื่อนไขบังคับตัวเองเพื่อให้สามารถยกเลิกมาตรการกีดกันทางการค้า ออกกฎหมายการลงทุนใหม่ที่ปฏิบัติต่อทุนต่างชาติอย่างเท่าเทียม รวมถึงการลดบทบาทการผูกขาดของรัฐวิสาหกิจซึ่งเป็นเรื่องที่หากทำโดยนโยบายภายในประเทศอย่างเดียวคงถูกต่อต้านอย่างหนัก

หลังจากประสบความสำเร็จจากการส่งออก เวียดนามก้าวต่อไป ตั้งแต่ช่วงกลางทศวรรษ 2010 เวียดนามได้ก้าวเข้าสู่สมรภูมิการค้าเสรียุคใหม่ที่มีความทะเยอทะยานสูง โดยเฉพาะการเข้าร่วมเป็นสมาชิกความ CPTPP และข้อตกลงการค้าเสรีเวียดนาม-สหภาพยุโรป  ข้อตกลงยุคใหม่นี้ขยายการเจรจาจากลดภาษีศุลกากร ครอบคลุมกฎระเบียบหลังพรมแดนซึ่งกลายมาเป็นกฎเหล็กบังคับให้เกิดการปฏิรูปภายในประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

แรงกดดันจากความตกลง CPTPP ส่งผลให้เวียดนามต้องปรับปรุงประมวลกฎหมายแรงงานฉบับใหม่ในปี 2021 ซึ่งยินยอมให้แรงงานสามารถจัดตั้ง “องค์กรตัวแทนลูกจ้างที่เป็นอิสระ” นอกเหนือจากสมาพันธ์แรงงานของรัฐได้เป็นครั้งแรก  ด้านการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา เวียดนามได้ปฏิรูปกฎหมายการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาในปี 2022 เพื่อเปิดรับการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าประเภท “เสียง” (Sound Mark) ตามข้อกำหนด CPTPP ตามด้วยการจัดซื้อจัดจ้างรัฐ  ความตกลงการค้าเสรีเวียดนามและสหภาพยุโรปได้เปิดประตูให้ต่างชาติสามารถเข้าร่วมการประมูลโครงการภาครัฐในสาขาละเอียดอ่อน เช่น สุขภาพ การศึกษา และการจัดซื้อจัดจ้างสีเขียวได้  อย่างไรก็ตามในสาขาที่ยากที่สุดอย่างการปฏิรูปรัฐวิสาหกิจ เวียดนามได้ใช้ศิลปะการเจรจาขอยกเว้นและขยายระยะเวลาปรับตัว ส่งผลให้ความเร็วในการปฏิรูปรัฐวิสาหกิจยังคงล่าช้ากว่าที่หลายฝ่ายคาดหวัง

เมื่อการปฏิรูปผ่าน FTAs ดำเนินไป ผลลัพธ์เชิงอุตสาหกรรมก็ปรากฏขึ้นชัดเจน ในทางเศรษฐศาสตร์พัฒนาการ สภาวะนี้เรียกว่า Structural Transformation หรือการปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจ  เมื่อพิจารณาผ่านแบบจำลองเชิงปริมาณจากการศึกษาของสถาบันวิจัย ERIA ส่งผลให้เห็นภาพการปรับโครงสร้างด้านแรงงานเวียดนามชัดเจน โดยสัดส่วนการจ้างงานในภาคการผลิตของเวียดนามเติบโตทะยานขึ้นอย่างรวดเร็วแซงหน้าประเทศที่มีระดับรายได้ใกล้เคียงกันอย่างโดดเด่น ผลิตภาพที่เพิ่มขึ้นจากการเปลี่ยนอาชีพของประชาชนเป็นเครื่องยนต์หลักที่ขับเคลื่อนให้เศรษฐกิจเวียดนามเติบโตเฉลี่ยเกือบ 7% ต่อปีในตลอดหลายทศวรรษ

เมื่อพิจารณาเชิงเศรษฐศาสตร์พัฒนาการ  การวิเคราะห์อนาคตทางเศรษฐกิจเวียดนามไม่อาจมองผ่านเพียงการเจริญเติบโตในระยะสั้น  หากแต่ต้องวิเคราะห์โดยใช้แบบจำลองการปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจซึ่งประเมินทิศทางของสัดส่วนการจ้างงานในภาคการผลิตเปรียบเทียบกับระดับรายได้เฉลี่ยต่อหัวตามแนวโน้มเชิงประจักษ์ของนานาประเทศ

ผลิตภาพของเวียดนามขับเคลื่อนด้วยการย้ายแรงงานออกจากภาคเกษตรกรรมที่มีผลิตภาพต่ำ ไปสู่ภาคการผลิตที่มีผลิตภาพสูงกว่าจนทำให้สัดส่วนการจ้างงานภาคการผลิตของเวียดนามทะยานสูงกว่า “เส้นทางการพัฒนาทั่วไป” อย่างโดดเด่น อย่างไรก็ตามทฤษฎีเศรษฐศาสตร์เตือนให้เห็นถึงปรากฏการณ์ “ภาวะอุตสาหกรรมถดถอยก่อนวัยอันควร” ซึ่งเป็นสภาวะที่สัดส่วนแรงงานภาคอุตสาหกรรมเริ่มลดลงเมื่อประเทศก้าวเข้าสู่ระดับรายได้ปานกลาง

หากเวียดนามต้องการก้าวสู่หมุดหมายการเป็น “ประเทศรายได้สูง” ภายในปี 2045 ด้วยการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างน้อย 6% ต่อปี การพึ่งพาการย้ายแรงงงานจากภาคเกษตรสู่ภาคอุตสาหกรรมจะไม่เพียงพออีกต่อไป   กุญแจดอกสุดท้ายที่เวียดนามต้องใช้ไม่ใช่การขยายขนาดโรงงาน แต่คือ การเพิ่มผลิตภาพภายในสาขา รัฐบาลเวียดนามต้องกล้าที่จะใช้ FTAs ยุคใหม่ ขับเคลื่อนการปฏิรูปเชิงลึก การบังคับใช้กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาอย่างจริงจัง การสร้างความยืดหยุ่นในภาคบริการสมัยใหม่ และการยกระดับนวัตกรรม  เพื่อให้ “มังกรตัวนี้” ไม่เพียงแต่เดินทางมาไกล แต่สามารถก้าวข้ามผ่านทุกกับดักและทะยานขึ้นสู่อากาศได้อย่างมั่นคงในท้ายที่สุด 

ผู้เขียน
วิมล ปั้นคง
รองผู้อำนวยการ (วิชาการ)
สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (ITD)
www.itd.or.th
ตีพิมพ์ : หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ Section : First Section/World Beat
ปีที่ 39 ฉบับที่ 13221 วันพุธที่ 5 สิงหาคม 2569
หน้า 8 (ล่างขวา) คอลัมน์ “Asean Insight”

งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง

Top