บทความวิชาการ

‘สินค้าเกษตรอาเซียน’ ต้องโปร่งใสเพื่อไปต่อ

เกี่ยวกับเอกสาร

การตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) เป็นกลไกสำคัญเพื่อช่วยยกระดับสินค้าเกษตรอาเซียน โดยเฉพาะในปัจจุบันที่ตลาดปลายทางให้ความสำคัญกับความปลอดภัยอาหาร ความโปร่งใสของห่วงโซ่อุปทาน และความยั่งยืนของการผลิตมากขึ้น กลไกนี้จะช่วยระบุและติดตามสินค้าตั้งแต่แหล่งผลิตไปจนถึงผู้บริโภค ทำให้เมื่อเกิดกรณีสินค้ามีปัญหาจะสามารถแก้ไขได้อย่างตรงจุดและรวดเร็ว ช่วยลดความเสียหายในการเรียกคืนสินค้า และช่วยสร้างความเชื่อมั่นต่อผู้บริโภคและตลาดปลายทาง

นอกจากประโยชน์ในด้านความปลอดภัยอาหารแล้วนั้น การตรวจสอบย้อนกลับสามารถใช้เป็นหลักฐานการยืนยันเกี่ยวกับกระบวนการผลิต การใช้แรงงาน การใช้สารเคมีทางการเกษตร โดยสิ่งเหล่านี้จะช่วยในการรับรองการอ้างอิงด้านความยั่งยืน ซึ่งกำลังกลายเป็นเงื่อนไขสำคัญในการเข้าถึงตลาดโลก โดยเฉพาะกับตลาดที่ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองสิ่งแวดล้อม สิทธิมนุษยชน และความรับผิดชอบต่อสังคม

หลายประเทศได้ยกระดับข้อกำหนดด้านการตรวจสอบย้อนกลับเพื่อกำกับดูแลการนำเข้าสินค้าเกษตร เช่น สหภาพยุโรปได้กำหนดให้ผู้ประกอบการสามารถตรวจสอบย้อนกลับอาหารและวัตถุดิบได้ทุกขั้นตอนภายใต้ Regulation (EC) No. 178/2002 และภายใต้ EU Deforestation Regulation (EUDR) กำหนดให้สินค้าเกษตรบางประเภทต้องพิสูจน์ได้ว่าไม่ได้ผลิตจากพื้นที่ที่มีการตัดไม้ทำลายป่า ขณะที่สหรัฐอเมริกาภายใต้ U.S. Bioterrorism Act และ Food Safety Modernization Act (FSMA) กำหนดให้มีระบบข้อมูลที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ในเอเชีย จีนได้ยกระดับการตรวจสอบย้อนกลับเป็นเครื่องมือสำคัญในการกำกับดูแลการนำเข้าสินค้าเกษตรมากขึ้น จากกรณีล่าสุดเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2569 สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรประจำกรุงปักกิ่ง รายงานว่า จีนได้ประกาศเพิ่มความเข้มงวดการนำเข้าทุเรียนจากเวียดนาม ด้วยการตรวจสอบความถูกต้องของรหัสทะเบียนสวนและรหัสทะเบียนโรงคัดบรรจุ ข้อมูลรหัสดังกล่าวต้องตรงกับเอกสารประกอบการนำเข้าทั้งใบขนสินค้า เอกสารศุลกากร และใบรับรองสุขอนามัยพืช หากสินค้าไม่ได้ขึ้นทะเบียนหรือข้อมูลไม่ตรงกัน สินค้าจะถูกกักหรือส่งกลับทันที ผู้ประกอบการอาจได้รับบทลงโทษ และอาจร้ายแรงถึงการถูกขึ้นบัญชีดำ

มาตรการดังกล่าวมีสาเหตุมาจากการตรวจพบว่ามีการนำรหัสทะเบียนของสวนหรือโรงคัดบรรจุของผู้อื่นมาใช้ในการส่งออก รวมถึงการนำผลผลิตจากสวนที่ไม่ได้รับการรับรองมาปะปน การยกระดับมาตรการของจีนมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาระบบตรวจสอบย้อนกลับของผลไม้เมืองร้อนนำเข้าให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ลดความเสี่ยงจากศัตรูพืชและสารเคมีตกค้าง พร้อมทั้งยกระดับมาตรฐานการผลิต การเก็บเกี่ยว และการคัดบรรจุตลอดห่วงโซ่อุปทาน สะท้อนให้เห็นว่าการตรวจสอบย้อนกลับกำลังเปลี่ยนจากการเป็นกลไกที่ช่วยควบคุมคุณภาพไปสู่เงื่อนไขพื้นฐานในการเข้าถึงตลาด

สำหรับอาเซียน แม้ว่าหลายประเทศจะเริ่มตระหนักถึงความสำคัญของการตรวจสอบย้อนกลับ อย่างไรก็ตามการพัฒนากลไกดังกล่าวก็ยังมีหลายประเด็นที่ต้องพิจารณา ทั้งการขาดมาตรฐานกลางที่ทุกภาคส่วนยอมรับ การเชื่อมโยงฐานข้อมูลระหว่างหน่วยงานที่ยังไม่สมบูรณ์ รวมถึงข้อจำกัดด้านต้นทุนและศักยภาพของผู้เกี่ยวข้อง และแม้ว่าปัจจุบันจะมีการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลกับการตรวจสอบย้อนกลับ แต่การนำไปใช้ในวงกว้างยังต้องอาศัยการลงทุน และแรงจูงใจในการสนับสนุนทั้งจากทั้งภาครัฐและภาคเอกชน

ในระยะต่อไป อาเซียนจำเป็นต้องเร่งพัฒนาการตรวจสอบย้อนกลับภายในประเทศให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยเชื่อมโยงข้อมูลตั้งแต่ระดับเกษตรกร โรงคัดบรรจุ ผู้ส่งออก และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ข้อมูลมีความถูกต้อง โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ตลอดห่วงโซ่อุปทาน ควบคู่ไปกับการพัฒนามาตรฐานข้อมูลและกลไกการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างประเทศในภูมิภาค เพื่ออำนวยความสะดวกทางการค้าและรองรับข้อกำหนดที่เข้มงวดของตลาดโลก

ดังนั้น ในอนาคตความสามารถในการแข่งขันของสินค้าเกษตรอาจไม่ได้วัดจากคุณภาพของสินค้าเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงความสามารถในการพิสูจน์ที่มาและกระบวนการผลิตได้อย่างโปร่งใส การพัฒนาระบบการตรวจสอบย้อนกลับจึงไม่ใช่เพียงการปฏิบัติตามข้อกำหนดของประเทศคู่ค้า หากแต่เป็นการลงทุนเพื่อยกระดับมาตรฐานสินค้าเกษตรและสร้างความสามารถในการแข่งขันของอาเซียนในระยะยาวอย่างยั่งยืน

ผู้เขียน
ณัฐจารีย์ เพ็ชรร่วง
นักวิจัย
สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (ITD)
www.itd.or.th
ตีพิมพ์ : หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ Section : First Section/World Beat
ปีที่ 39 ฉบับที่ 13201 วันพุธที่ 8 กรกฎาคม 2569
หน้า 8 (ล่าง) คอลัมน์ “Asean Insight”

งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง

Top