สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (องค์การมหาชน) หรือสถาบัน ITD กระทรวงพาณิชย์ เป็นองค์กรชั้นนำในการจัดการองค์ความรู้เพื่อให้การค้าและการพัฒนาในภูมิภาคดียิ่งขึ้น มุ่งมั่นสร้างขีดความสามารถของประเทศกำลังพัฒนาในภูมิภาคเอเชียในการกำหนดนโยบายเศรษฐกิจและมาตรการทางกฎหมายร่วมกัน โดยจัดการอบรมและค้นคว้าวิจัยด้านการค้าและการพัฒนาให้แก่บุคลากรในภูมิภาคเอเชียให้สอดคล้องกับกระแสโลกาภิวัตน์ สนับสนุนความร่วมมือการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจในระดับภูมิภาค โดยการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และความรู้ รวมทั้งเป็นศูนย์กลางจัดการฝึกอบรมและกิจกรรมเสริมศักยภาพด้านการค้าและการพัฒนาร่วมกับอังค์ถัดและองค์กรที่เกี่ยวข้อง
ในปัจจุบันท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงอย่างก้าวกระโดดของระเบียบการค้าโลกในปี พ.ศ. 2569 บริบทของการแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการระหว่างประเทศได้ก้าวเข้าสู่ยุคที่ “มาตรฐานความปลอดภัย” และ “ความยั่งยืน” กลายเป็นกำแพงภาษีรูปแบบใหม่ที่ซับซ้อนยิ่งกว่าเดิม โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์สุขภาพ ซึ่งประกอบด้วยอาหาร ยา และเครื่องมือแพทย์ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ในฐานะหน่วยงานหลักที่กำกับดูแลมาตรฐานเหล่านี้ จึงไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่ผู้ควบคุมกฎภายในประเทศเท่านั้น แต่ต้องก้าวขึ้นมาเป็นตัวแสดงหลักบนเวทีเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เพื่อปกป้องทั้งสุขอนามัยของประชาชนและขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
หัวใจสำคัญของการเตรียมความพร้อมสู่การเป็นนักเจรจาการค้ามืออาชีพ คือการสร้างความเข้าใจอย่างถ่องแท้ในสมการการค้ายุคใหม่ ซึ่งมิใช่เพียงการลดพิกัดอัตราภาษี แต่เป็นการบริหารจัดการ “มาตรการที่มิใช่ภาษี” (Non-Tariff Measures) โดยเฉพาะมาตรการด้านสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช (SPS) และอุปสรรคทางเทคนิคต่อการค้า (TBT) ที่ในปี 2569 ได้ถูกยกระดับสู่มาตรฐานดิจิทัลและการตรวจสอบย้อนกลับแบบเรียลไทม์ หากบุคลากรขาดความเชี่ยวชาญในการนำทางผ่านกฎระเบียบที่ซับซ้อนเหล่านี้ ประเทศอาจต้องสูญเสียโอกาสทางเศรษฐกิจมหาศาล หรือในทางกลับกัน อาจสุ่มเสี่ยงต่อการถูกแทรกแซงด้วยสินค้าที่ด้อยมาตรฐานภายใต้ข้อตกลงการค้าเสรี
การฝึกอบรมหลักสูตร “นักเจรจาการค้าระหว่างประเทศ” (Training Course on International Trade Negotiator)” จึงมุ่งเน้นการสร้างเสริมสมรรถนะในหลายมิติ เริ่มต้นจากการเสริมสร้างทักษะการเจรจาต่อรองเชิงรุกที่ต้องอาศัยทั้งศาสตร์และศิลป์ในการโน้มน้าวใจคู่ค้า โดยใช้ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์และหลักฐานเชิงประจักษ์เป็นเครื่องมือสำคัญ ต่อมาคือการปรับปรุงความเข้าใจในนโยบายการค้าที่เกี่ยวเนื่องกับนวัตกรรมใหม่ๆ เช่น ยาชีววัตถุ หรือผลิตภัณฑ์อาหารแห่งอนาคต เพื่อให้การตัดสินใจในระหว่างการเจรจาสามารถอำนวยความสะดวกทางการค้าได้โดยไม่สูญเสียหลักการด้านความปลอดภัย
นอกจากนี้ การสร้างนักเจรจายังเป็นการส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในลักษณะ “การทูต
เชิงวิชาการ” ซึ่งจะช่วยสร้างความไว้วางใจและยอมรับในมาตรฐานของประเทศไทย นำไปสู่การจัดทำข้อตกลงยอมรับร่วม (MRA) ที่จะช่วยลดขั้นตอนการตรวจสอบซ้ำซ้อน เอื้อประโยชน์โดยตรงต่อผู้ประกอบการไทยในการขยายตลาดสู่สากล ในขณะเดียวกัน ความรู้ที่ได้รับจะช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถปกป้องอุตสาหกรรมภายในประเทศจากการทุ่มตลาดหรือการค้าที่ไม่เป็นธรรม โดยใช้เครื่องมือทางกฎหมายและมาตรฐานสากลเป็นเกราะกำบังอย่างมีชั้นเชิง
การส่งเสริมการฝึกอบรมหลักสูตรนักเจรจาการค้าระหว่างประเทศเป็นการวางรากฐานทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญยิ่ง เพราะนักเจรจาที่มีความเชี่ยวชาญทั้งด้านกฎหมายสาธารณสุขและกลไกการค้าโลก จะเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้ประเทศไทยสามารถบรรลุผลลัพธ์ในการเจรจาที่น่าพึงพอใจ อันจะนำมาซึ่งความเจริญรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจ ความเจริญก้าวหน้าทางอุตสาหกรรมสุขภาพ และเหนือสิ่งอื่นใดคือความปลอดภัยอย่างยั่งยืนของประชาชนไทยในฐานะพลเมืองโลก
การฝึกอบรมหลักสูตร “นักเจรจาการค้าระหว่างประเทศ” (Training Course on International Trade Negotiator)