บทความ
view 1993 facebook twitter mail

ระเบียบโลกใหม่จาก ‘โลกแบ่งขั้ว’ สู่ ‘โลกที่แตกกระจาย’

เกี่ยวกับเอกสาร

ปัจจุบันเรามักได้ยินคำว่า “โลกสองขั้ว (Bifurcated World)” จากปัญหาความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ของประเทศมหาอำนาจของโลกอย่างประเทศสหรัฐอเมริกา และประเทศจีน แต่ในความเป็นจริงการแบ่งขั้วในปัจจุบันมีความซับซ้อนกว่านั้นมาก หรืออาจกล่าวได้ว่าแท้จริงแล้วโลกกำลังเผชิญกับสภาวะ “โลกที่แตกกระจาย (Fragmented World)” โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริบทของระบบเศรษฐกิจ

ความไว้เนื้อเชื่อใจซึ่งกันละกันของประเทศมหาอำนาจลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ระเบียบการค้าของโลกแบบเดิมที่ให้ความสำคัญกับกฎกติกา (Rules-based order) กำลังอ่อนแอลง ปัจจัยด้านลบนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการค้าในภาพรวมของตลาดโลก ส่งผลให้โลกที่เคยอยู่ในยุคโลกาภิวัตน์ (Globalization) ที่เน้นการเปิดเสรีทางการค้า และห่วงโซ่อุปทานที่กระจายตัว เข้าสู่ภาวะทวนกระแสโลกาภิวัตน์ (Deglobalization) ที่เน้นการสร้างกำแพงทางการค้า และหันมาผลิตภายในประเทศหรือในกลุ่มประเทศพันธมิตร เพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดต่างประเทศอื่น ๆ

ในอดีต เศรษฐกิจโลกล้วนถูกขับเคลื่อนด้วยแนวคิดในการเพิ่มอัตราการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) และมุ่งเน้นการพัฒนาระบบการค้าให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ผ่านการเปิดเสรีทางการค้า ทั้งในระดับ ทวิภาคี (Bilateral) และ พหุภาคี (Multilateral) แต่ในปัจจุบันแนวคิดดังกล่าวถูกเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง การสร้างกำแพงทางการค้า หรือการใช้นโยบายเพื่อปกป้องและสร้างความยืดหยุ่นทนทาน (Resilience)  ให้กับระบบเศรษฐกิจภายในประเทศกำลังถูกนำมาแทนที่

ทั้งนี้จากข้อมูลของ “รายงานความเสี่ยงโลก 2026 (Global Risks Report 2026)” ซึ่งจัดทำขึ้นโดย “สภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum)” ได้จัดทำบทวิเคราะห์จากผลการสำรวจข้อมูลทางสถิติของกลุ่มผู้เชี่ยวชาญต่าง ๆ ทั่วโลก ซึ่งผลการวิเคราะห์ดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าได้เกิดภาวะถดถอยของระบอบพหุภาคีนิยม (Multilateralism) ขึ้นแล้ว อันเป็นผลมาจากความไว้เนื้อเชื่อใจซึ่งกันละกันที่ลดลง ความโปร่งใสที่ถดถอย รวมถึงการขาดความเคารพต่อหลักนิติธรรม ตลอดจนกระแสการปกป้องทางการค้า (Protectionism) ที่รุนแรงขึ้น

 ปัจจัยด้านลบต่าง ๆ เหล่านี้กำลังส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ การค้า และการลงทุนที่เคยดำเนินมาอย่างยาวนาน อีกทั้งยังมีแนวโน้มที่จะเกิดความขัดแย้งดังกล่าวมากยิ่งขึ้น โดยความขัดแย้งทางภูมิเศรษฐศาสตร์ (Geoeconomic confrontation) เป็นประเด็นที่ถูกมองว่ามีความสำคัญสูงสุด ที่อาจจุดชนวนให้เกิดวิกฤตการณ์ของโลกอย่างรุนแรงได้ในปัจจุบัน และตามมาด้วยความขัดแย้งทางอาวุธระหว่างรัฐ (State-based armed conflict) ที่ถูกมองว่ามีความสำคัญในลำดับถัดมา ทั้งนี้ ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ (Economic downturn) ถือเป็นหนึ่งในความเสี่ยงที่มีคะแนนระดับความรุนแรงเพิ่มขึ้นมากที่สุดเมื่อเทียบกับผลการสำรวจในปีที่ผ่านมา โดยเป็นรองเพียงแค่ความขัดแย้งทางภูมิเศรษฐศาสตร์เท่านั้น

ดังนั้น เมื่อภาพรวมของเศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มอ่อนแอลง การสร้างความเข้มแข็งผ่านการใช้กลไกความร่วมมือในระดับภูมิภาค เช่น ASEAN จึงอาจเป็นทางออกที่สำคัญ โดยการสร้างความร่วมมือกับกลุ่มอำนาจขนาดกลางอื่นๆ เพื่อสร้างอำนาจต่อรองในการกำหนดมาตรฐานร่วมกันกับกลุ่มประเทศมหาอำนาจ รวมถึงต้องมีการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจที่เน้นความยั่งยืนในระยะยาวมากกว่าประสิทธิภาพในระยะสั้น และต้องวางแผนรับมือกับความผันผวน ซึ่งเป็นบริบทใหม่ของโลกใบนี้

——————–

Tag: New World Order, Fragmented World, Deglobalization, World Economic Forum, Economic, Geoeconomic, Protectionism

ผู้เขียน

อาทิตย์ เสรีไพบูลย์ทรัพย์

นักวิจัยอาวุโส

สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (ITD)

www.itd.or.th

ตีพิมพ์ : หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ Section : First Section/World Beat

ปีที่ 39 ฉบับที่ 13091 วันพุธที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569

หน้า  8 (ล่างซ้าย) คอลัมน์ “Asean Insight”

งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง

Top